Mourning Ribbon

เทควิว ฮีลใจ ไปเที่ยว อำเภออุบลรัตน์

ไปขอนแก่น เที่ยวไหนดี? คำตอบต้องมี “เขื่อนอุบลรัตน์” ติด Top list จากคนขอนแก่นทุกเจนแน่ ๆ ที่สำคัญอำเภอนี้ไม่ได้มีดีแค่เขื่อน น้ำ เขา แต่ยังมีจุดชมวิวมุมสูงและสกายวอล์กที่น่าจะมากสุดแล้วในจังหวัด นี่ยังไม่นับรวมหอดูดาวนะ และยังมีสินค้าชาวบ้านดี ๆ  จุดเชคอินเก่าใหม่ไว้ฮีลใจพักผ่อน อาหารอร่อยจากประมงของชาวเขื่อน เชฟรุ่นเก๋าที่เร้นกายอยู่ในร้านอาหารข้างทาง และคนรุ่นใหม่ที่มาสร้างสีสันและขับเคลื่อนธุรกิจในเมืองแห่งนี้อีกด้วย ดังนั้น มาเยือนอำเภออุบลรัตน์ทั้งที Local Insideเด้อ ขออาสาพาไปรู้จักกับทั้งหมดที่เกริ่นมา เชื่อว่าคุณจะหลงเสน่ห์เมืองที่มีน้ำจรดฟ้าน่าจดจำอย่างอำเภออุบรัตน์แห่งนี้แน่นอน 

เดินเล่นตลาดเช้าอุบลรัตน์ตามหาปลานิลรมควันกลิ่นหอม

ตลาดเช้าอำเภออุบลรัตน์ ฝั่งซ้ายมือก่อนถึงปากทางเข้าเขื่อน เขาเปิดเช้าจริงจังคือเริ่มตั้งแต่ตีสาม ที่จะมีร้านรวงรถเข็น และร้านขายสินค้าแบกะดินของชาวบ้านมาวางขาย แต่เราเลือกไปตอน 6 โมงเช้า ซึ่งของก็เริ่มร่อยหรอลงไปมากแล้ว แต่ก็ยังเห็นร้านขายผักหญ้า ปลาแม่น้ำ ได้เห็นกุ้งเขื่อนตัวโตที่ชาวบ้านจับมาฝากขาย 

วันที่ไปมีแต่กุ้งที่ตายแล้วแต่ยังสด มาวางขายคู่กับปลาเขื่อน ราคากุ้งที่ซื้อจากตลาดนี้จะย่อมเยากว่าตามร้านขายอาหาร ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะทางร้านอาหารก็ต้องบวกราคาเป็นกำไรและค่าปรุงค่าวัตถุดิบเป็นธรรมดา  สิ่งหนึ่งที่บอกเลยว่าถ้าแวะไปแล้วเจอให้รีบซื้อไว้ คือปลานิลเขื่อนอุบลรัตน์รมควัน เพราะเขาจะใช้ปลานิลตัวโต นำมารมควันจนแห้ง เป็นสีเหลืองทอง กลิ่นหอมมาก นำมาย่างแล้วทำต้มโคล้ง ต้มซุป ต้มใส่ไข่มดแดง ฯลฯ ก็หอมอร่อยทั้งนั้น ที่สำคัญเนื้อปลาย่างหนาฟู จะนำมาโขลกน้ำพริกก็ดีไม่หยอก อันนี้แอบบบอกไว้ถ้าแวะไปต้องไม่พลาด

พิกัดร้านค้าคือ ร้านยายดาว ปลาย่าง ปลาสด โทร 09 8213 5188

ไหว้พระใหญ่บันไดสู้งสูงที่วัดพระพุทธบาทภูพานคำ

พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาวบนภูเขา คือมุมที่ผู้มาเยือนอำเภออุบลรัตน์มองเห็นได้สะดุดตา นั่นคือวัดพระพุทธบาทภูพานคำ ที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และหลวงพ่อพระใหญ่ หรือ พระพุทธอุตรมหามงคลอุบลรัตน์ 

ว่ากันว่า เดิมทีมีพระธุดงค์เดินทางมาหาที่สงบในการปฏิบัติธรรม และพบว่ามีบ่อน้ำที่มีลักษณะเหมือนรอยเท้ามนุษย์ แต่มีขนาดใหญ่ จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นรอยพระพุทธบาท ชาวบ้านรู้เกิดความศรัทธาจึงระดมทุนช่วยสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น 

จุดนี้ เดิมเป็นเพียงจุดเดียวที่เราสามารถชมวิวเขื่อนอุบลรัตน์จากมุมสูงได้แบบพานอรามา และยังสามารถทำบุญไหว้พระรับสิริมงคลกลับบ้านไปได้ นอกเหนือจากนี้ใครอยากออกกำลังกาย เขามีบันไดสูงถึง 1,049 ขั้น ให้ประชันสมรรถภาพทางร่างกาย แต่ถ้าไม่ไหวใกล้กันมีถนนให้ขับรถขึ้นเขาไปจอดด้านบนได้ แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมสภาพรถด้วย

แม้วันนี้พิกัดชมวิวมุมสูงนี้ไม่ได้คึกคักเหมือนก่อน แต่ก็ยังเป็นจุดชมวิวและนั่งพักผ่อนที่ดีแห่งหนึ่งของอุบลรัตน์

ไปดูดาว Mission to the Moon ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษาขอนแก่น 

คนขอนแก่นโชคดีที่มีหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา มาตั้งอยู่ที่อำเภออุบลรัตน์ เพราะ ในภาคอีสาน มีหอดูดาวแบบนี้แค่ 2 แห่ง คือ โคราช และ ขอนแก่นบ้านเรา เป็นที่มาของสัญลักษณ์ประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นรูปกลุ่มดาวคนคู่ เพราะเหมือนพิพิธภัณฑ์ทั้งสองที่คอยเกื้อกูลข้อมูลด้านดาราศาสตร์ให้กับคนอีสานไปพร้อมกัน 

กิจกรรมสำคัญ ๆ แบ่งตามพื้นที่ เป็น 4 โซน คือ โซนนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องดาราศาสตร์ โซนพักคอย Space Lab โซนท้องฟ้าจำลอง และหอชมดาว (เปิดเฉพาะมีกิจกรรมชมดาว) 

เริ่มรีวิวกันที่โซนนิทรรศการ แบ่งเป็น 2 ชั้น โดยชั้นแรกจัดแสดงเรื่องความรู้ด้านดาราศาสตร์เบื้องต้นแบบทันสมัย ให้เราได้อ่าน ดู สัมผัส ทดลอง ไปตลอดการเยี่ยมชม เชื่อมโยงสู่เรื่องคลื่นแสงระดับต่าง ๆ ที่มีอยู่ในอวกาศซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบ และนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของโลกมนุษย์ รวมถึงการจัดแสดงอุกกาบาตของจริงที่ตกมาสู่โลก ซึ่งเป็นเหตุให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ ก่อนจะจบนิทรรศการชั้นแรก เราจะต้องเดินผ่านช่องทางที่เสมือนเรากำลังย้อนเวลาผ่านการเดินทางของดาวหางจำลอง เป็นโซนเท่ ๆ เอาไว้ถ่ายภาพเก๋ ๆ ได้เลย พอเดินออกมา ชอบสุดคือ มีตาชั่งให้เราขึ้นไปชั่งน้ำหนัก และกรอกข้อมูลอายุ จากนั้นเครื่องมือนี้จะประมวลบอกเราว่า ด้วยข้อมูลอายุและน้ำหนักบนดาวโลก หากเราไปอาศัยอยู่ในดาวอื่น อายุและน้ำหนักของเราจะเป็นเท่าไร แอบกระซิบว่า ถ้าอยากลดน้ำหนักและชะลอวัยให้ไปอยู่ที่ดาวอังคาร

ชั้น 2 จัดแสดงนิทรรศการ Mission to the Moon นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางไปดวงจันทร์ ยานอวกาศจำลอง เครื่องมือจำลองความรู้สึกของนักบินอวกาศ เทคโนโลยีการควบคุมทิศทางของยานอวกาศด้วยเครื่อง ไจโรสโคป (Gyroscope) ไฮไลท์สำคัญคือตัวอย่างดินจากดวงจันทร์ ให้ได้ชม ด้านล่างของอาคารนิทรรศการ ยังมี Space Lab หรือส่วนพักคอยให้เยาวชนหรือผู้ที่สนใจสามารถมาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และอวกาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) มีบริการของเล่นที่เสริมทักษะความคิดสำหรับน้อง ๆ เยาวชน หรือเวิร์กช็อปทำของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์ หรือเวิร์กช็อปที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ เชื่อว่าถ้าพาครอบครัวมา โซนนี้จะได้ใจน้อง ๆ หนู ๆ แน่นอน โดยโซนนิทรรศการดาราศาสตร์ และ Space Lab จะเปิดให้บริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 -16.00 น. เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนเวิร์กช็อปมีค่าอุปกรณ์เล็กน้อย

ไฮไลท์ท้ายสุดคือ การเข้าชมท้องฟ้าจำลองระบบฟุลโดมดิจิทัลกับซอฟต์แวร์ฝีมือคนไทย ฉายวีดีทัศน์เกี่ยวกับเรื่องราวทางดาราศาสตร์ ที่มีหลากหลายเรื่อง เหมือนดูหนัง ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ก็จะสลับสับเปลี่ยนกันไป โดยแต่ละวันจะมีรอบการฉาย โดยวันอังคาร-วันศุกร์ และวันอาทิตย์ มี 2 รอบ คือ 11.00 น.-12.00 น. และ 15.00 น.-16.00 น. วันเสาร์ มี 3 รอบ โดยเพิ่มรอบ 17.00 น. – 18.00 น. มีค่าตั๋วเข้าชมคือ นักเรียนนักศึกษา ราคา 30 บาท บุคคลทั่วไป ราคา 50 บาท 

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น เปิดให้บริการวันอังคาร – วันอาทิตย์ (ไม่หยุดทุกวันนักขัตฤกษ์) หยุดทุกวันจันทร์ ส่วนกิจกรรมไฮไลท์ของหอดูดาวคือกิจกรรมดูฝนดาวตกในกลุ่มดาวคนคู่ หรือ กลุ่มดาวเจมมินิสต์ จะจัดขึ้นทุกเดือนธันวาคม ของทุกปี ติดตามรายละเอียดได้ทางเฟซบุ๊ก : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น โทรศัพท์ 06 3892 1854

กินกุ้งเขื่อนเผาตัวเท่าแขนที่ร้านชาวเขื่อน

มาเขื่อน ต้องได้กินกุ้งเขื่อน ที่กรมประมงเขานำพันธุ์ลูกกุ้งมาทดลองปล่อย แล้วได้ผลดี ชาวประมงพื้นบ้านมีรายได้จากการจับกุ้งก้ามกรามตัวเท่าแขนมาขายให้กับร้านอาหาร ว่าแต่จะกินกุ้งเขื่อนร้านไหนดี 

พี่หนุ่ย เตือนใจ พิมพ์คำไหล คนอุบลรัตน์แท้ เจ้าของ “ร้านชาวเขื่อน” เล่าว่า ร้านเปิดเมื่อปี 2537 ตอนแรกขายแจ่วฮ้อน แล้วลูกค้าที่มาตีกอล์ฟที่เขื่อนถามถึงปลาเขื่อน จึงปรับมาขายอาหารจากปลาและกุ้งเขื่อนตั้งแต่ช่วงปี 2542 จนถึงปัจจุบัน วัตถุดิบร้านนี้ เป็นปลาเขื่อน กุ้งเขื่อน ที่ชาวประมงพื้นบ้านในอำเภออุบลรัตน์หามาส่งให้วันต่อวัน

“มาร้านเราต้องมากินกุ้งเขื่อนเผาเลยค่ะ เป็นอาหารขายดีอันดับแรก แล้วก็มีปลาบู่นึ่ง ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ปลาคังผัดฉ่า และเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือ อ่อมพุงปลา ถ้ามาต้องสั่งค่ะ” พี่หนุ่ยบอก

ว่าแล้ว ก็เลยจัด กุ้งเขื่อนเผามา 2 ตัว ไซส์เขื่อง ผ่าครึ่งย่างมามันฟู ๆ เนื้อสุกกำลังดี มีความหวาน สัมผัสหนึบหนับ เคี้ยวเต็มคำ ก้ามกุ้งเขาก็ทุบมาให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ แกะจิ้มน้ำจิ้มได้ อีกจานที่สั่งมาคือ ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ปลาเนื้ออ่อนตัวโต ทอดมาสุกกำลังดี รสเค็มนัว กินกับข้าวสวยโรยน้ำปลาคือเดอะเบส 

ร้านเปิด 09.00 – 20.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ หากวันจันทร์ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะไม่หยุด แต่เลื่อนไปหยุดวันอังคารแทน โทร 08 4400 0612 พิกัด ปากประตูทางเข้าออกเขื่อนอุบลรัตน์ (ฝั่งขาออก)

A walk in the เขื่อนอุบลรัตน์

เดินเล่น หรือปั่นจักรยานบนสันเขื่อนชมวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็น คือการมาถึงอุบลรัตน์อย่างแท้จริง

เขื่อนอุบลรัตน์ เดิมทีเรียกกันว่า “เขื่อนพองหนีบ” เพราะเป็นการสร้างเขื่อนกันลำน้ำพองในจุดระหว่างที่มีภูเขาขนาบสองข้าง ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “พองหนีบ” เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่ 2 ของไทย และเป็นเชื่อนผลิตพลังไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกในภาคอีสาน เริ่มสร้างปี พ.ศ. 2507 แล้วเสร็จ ปี พ.ศ. 2509 นอกจากประโยชน์ที่เกิดขึ้น เขื่อนนี้ยังกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในขอนแก่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

บริเวณสันเขือน จะมีร้านอาหารชื่อ “เรือนพานคำ” และ “ร้านกาแฟคุณสายชล” ตั้งอยู่ตรงปลายสุดก่อนทางขึ้นสันเขื่อน ตัวร้านอาหารเป็นห้องกระจก เปิดให้เห็นวิวพระอาทิตย์ตก และเสิร์ฟอาหารรสชาติดีราคาไม่แพง ถือเป็นร้านเก่าแก่ ที่ชวนนึกถึงการมาเที่ยว มากินอาหารเป็นครอบครัวในยุคก่อน ๆ จากห้องโถงอาหารมีระเบียงที่เปิดเชื่อมกันได้ เพื่อออกไปชมวิวของเขื่อนอุบลรัตน์ยามพระอาทิตย์ตก ซึ่งจุดนี้ ถือเป็นจุดเดียวที่คุณจะเห็นป้ายที่สันเขื่อน ส่วนร้านกาแฟคุณสายชล ก็มีเครื่องดื่มทั้งกาแฟ ชา น้ำผลไม้ปั่น ฯลฯ ให้เลือกซื้อและนั่งชมวิวได้ 

ร้านอาหารเรือนพานคำ และร้านกาแฟคุณสายชล เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 21.00 น. โทร 043 446 409 แต่อาจมีปิดเป็นช่วงเพื่อโอกาสพิเศษ เช่น รับเสด็จ เป็นต้น สามารถเข้าไปติดตามข่าวสารได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก : ร้านอาหารเขื่อนอุบลรัตน์

นั่งชิลฮีลใจไปดริปกาแฟเองที่บ้านปายไม้

บ้านปายไม้ คือหมุดหมายซิกเนเจอร์ที่ไม่มาเยือนเหมือนมาไม่ถึงอุบลรัตน์ เพราะเปิดมานาน 7 ปีแล้ว แต่เราก็ต้องแวะมาเยือน เพราะถือว่าเป็นพื้นที่สงบงาม เรียบง่าย นั่งเล่น นั่งชิล นั่งบดเมล็ดกาแฟ แล้วดริปด้วยตัวเอง 

คุณเอ็ม มงคล แพนสัมฤทธิ์ เจ้าของร้านชาวชัยภูมิ อดีตพนักงานบริษัทที่เกษียณชีวิตทำงาน ที่ใส่ใจเรื่องศิลปะการใช้ชีวิตช้า ๆ ง่าย ๆ มาตกหลุมรักพื้นที่ของภูคำเบ้าและหาดโนนทันในเขตอุบลรัตน์ และอยากสร้างพื้นที่แห่งนี้ ให้เป็นสเปซสำหรับผ่อนคลาย สบาย ๆ สำหรับผู้มาเยือน ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จ ดูได้จากผลตอบรับของผู้มาเยือนที่แวะเวียนมาไม่ขาดสาย

ที่นี่คือคาเฟ่ไม่ใช่ร้านอาหาร อาหารของร้านนี้จึงมีเพียงอาหารรองท้องที่มีไว้บริการ ก่อนจะไปกินมื้อใหญ่จริงจังกันที่ร้านอาหารอื่น ๆ ในอุบลรัตน์ อาหารของบ้านปายไม้จึงเสิร์ฟเป็นพาข้าวไซส์มินิ ที่ปรุงรสชาติแบบอีสาน มีทั้งข้าวเหนียว แจ่วบองฝีมือแม่ครัวชุมชน หมกปลานิลเขื่อนอุบลรัตน์ ผักสด และน้ำซุปสาหร่าย ผลไม้ตามฤดูกาล ทุกอย่างปรุงสดใหม่ทุกครั้งที่สั่ง  มีกาแฟดริปให้ทำเอง และมีเมล็ดให้เลือก 3 ระดับการคั่ว ขนมหวานก็มีให้เลือกมากินคู่กับกาแฟ วันที่เราแวะไปได้ชิมชีสเค้กหน้าไหม้ รสชาติดีทีเดียว

อีกหนึ่งไฮไลท์คือ ทางร้านมีบริการนั่งหลังรถแลนด์โรเวอร์ ไปชมวิวท้ายเขื่อน เช่นหาดโนนทัน ถ้า 1 ท่าน ราคา 500 บาท 2 คน คนละ 250 บาท ถ้าสามคน – สี่คน คนละ 200 บาท ถ้า 5 คน ถึง 7 คน ราคาคนละ 150 บาท ซึ่งใครต้องการแวะไปก็แจ้งกับทางร้านได้ แต่ก็ต้องทำใจนิด เพราะถ้าไม่ได้นัดหมายอาจพลาดกิจกรรมนี้ได้เช่นกัน และมีอัปเดตสั้น ๆ ว่า เดิมทีเคยมีบริการแคมป์ปิ้ง แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วนะจ๊ะ  บ้านปายไม้ เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 – 18.00 น. โทร 065 738 7980 

ชิมสโลว์พิซซ่าฝึกหัดร้าน Drop Out Pizza จากเตาดิน(อีสาน)ปั้นมือ

เราไปเจอมา ว่าที่อุบลรัตน์ เขามีพิซซ่าโฮมเมดเพิ่งเปิดใหม่ได้หมาด ๆ แถมเจ้าของร้านยังเป็นศิลปินดนตรีอินดี้ หนึ่ง อัครพงศ์ ศรีเสน่ห์ หรือที่ในโลกของดนตรีอินดี้รู้จักเขาดีในนาม “หนึ่งกระดาษเปล่า” 

หนึ่งบอกกับเราว่า เขาชอบพญาอินทรีแห่งวงการน้ำหมึกอย่างรงษ์ วงสวรรค์มาก จึงใช้ชื่อ Drop Out ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคำของวลีเด็ดในยุคฮิปปี้ ของ ทิมโมธี เลียรี (Timothy Leary) นั่นคือ Turn on –Tune in – Drop out 

“คุณรงษ์ใช้ชื่อพื้นที่ของเขาว่าสวน Tune in ไปแล้ว ส่วน Turn on ก็มีคนใช้ไปแล้ว ผมเลยใช้คำสุดท้ายว่า Drop out ซึ่งเป็นคำสุดท้ายของปรัชญานี้” (Drop out หมายถึง การถอนตัวจากระเบียบเดิมของสังคม แล้วหันมาใช้ชีวิตตามใจปรารถนา) 

หนึ่งเป็นคนมหาสารคาม เรียนจบออกแบบ เป็นนักเขียนภาพประกอบ และนักดนตรีนักแต่งเพลง หลงใหลในความสงบงามของอำเภออุบลรัตน์ จึงเลือกปักรกรากเปิดร้านกาแฟและลานแคมป์ปิ้ง ชื่อ Drop Out คาเฟ่ แต่เกิดน้ำท่วม ก็เลยได้ปิดร้านไปก่อน แล้วตอนนี้เขาเพิ่งจะเริ่มฝึกหัดทำพิซซ่าเตาฟืนด้วยตัวเอง 

โดยเตาพิซซ่าเขาก็ก่อเองจากความรู้เรื่องการทำบ้านดินที่ไปเรียนรู้มาจากโจนจันได ซึ่งหนึ่งกำลังแพลนจะย้ายเตาพิซซ่าไปตรงคาเฟ่เดิม (ไม่ไกลจากบ้านปายไม้) สูตรการทำชีส การทำแป้งพิซซ่า และซอสพิซซ่า ทำเองทุกอย่าง เขาได้วิชามาจากเพื่อนรุ่นพี่ที่เคารพรัก ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายอินเดีย จึงเพิ่งเริ่มฝึกหัดทำพิซซ่า และเดลิเวอรีขายในเขตอำเภออุบลรัตน์

หนึ่งออกตัวว่าพิซซ่าของเขายังเป็นระดับฝึกหัด เราชิมดูแล้ว โดยรวมอาจยังเก้ ๆ กัง ๆ แต่รสชาติซอสอร่อยเอาเรื่องทีเดียว เด็ดไปกว่านั้นคือ เราขอให้เขาช่วยโซโล่ดนตรีให้เราฟัง เขาจึงหยิบพิณคู่ใจออกไปยืนอยู่บนโขดหิน แล้วบรรเลงพิณเป็นเพลงสไตล์คันทรีแบบฝรั่ง โอ้โห อันนี้แหละทีเด็ด 

เอาเป็นว่าใครแวะมาเที่ยวอุบรัตน์ ต้องไม่พลาดมาชิมพิซซ่า (ควรโทรสั่งแต่เนิ่น ๆ เพราะพ่อค้ามือใหม่) มาเยือน มาคุย มาฟังดนตรีจากหนึ่งสักครั้ง บอกเลยว่าสุดคุ้ม Drop Out Pizza เป็นสโลว์พิซซ่าโฮมเมด และคนทำยังฝึกหัด ดังนั้นหากจะอุดหนุน ต้องโทรแจ้งก่อนล่วงหน้า 1-2 ชั่วโมง ที่เบอร์ 061 226 3410 เพราะต้องใช้เวลาวอร์มเตาเพื่อให้ได้ความร้อน ก่อนอบพิซซ่าอย่างน้อย 30 นาที 

ระยะการจัดส่ง 6-7 กิโลเมตร ในเขตอำเภออุบลรัตน์ เปิด วันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00 น.-18.00 น. เป็นเดลิเวอร์รี่ หรือนั่งรับประทานชมวิวเขื่อน ได้ที่ ร้าน Drop Out สาขาริมเขื่อนอุบลรัตน์ (ใกล้กับบ้านปายไม้) หรือ นัดรับที่ร้านบ้านปายไม้ก็ได้ 

นอกจากนี้ ทุกๆ เดือน ทางร้าน Drop Out จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับ ดนตรี ศิลปะ เสื้อผ้าของมือสอง อาหารพื้นบ้านด้วย สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ค

ขึ้น Sky Walk ชมวิวพานอรามา ที่ตะเข็บชายแดนขอนแก่นหนองบัวลำภู

อย่างที่บอกไปว่า อำเภอออุบลรัตน์เป็นเมืองที่มีจุดชมวิวมุมสูงมากที่สุดในจังหวัดขอนแก่นก็ไม่ผิด ล่าสุด Sky Walk ภูแอ่น โนนสัง ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติภูเก้าภูพานคำ จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นจุดติดตะเข็บชายแดนขอนแก่น ใกล้อำเภออุบลรัตน์ ก็เพิ่งเปิดให้บริการ  

พิกัดอยู่ตรงช่องเขา ที่ออกจาอำเภออุบลรัตน์ เข้าสู่จังหวัดหนองบัวลำภู เขียนว่าประตูสู่หนองบัวลำภู ใครจะขึ้นชม ไม่สามาถจอดรถเข้าไปชมได้โดยพลการ เพราะเป็นจุดเลี้ยวรถที่ค่อนข้างอันตราย จึงต้องมีธรรมเนียมดังนี้คือ 

คุณต้องขับรถเลยไปยังอุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ  เข้าไปด้านใน ถึงโซนคาเฟ่ จะมีจุดจอดรถ และจำหน่ายตั๋วขึ้นรถสองแถว ราคาคนละ 20 บาท เมื่อซื้อตั๋วแล้ว ก็ขึ้นรถสองแถว ที่จะพาขับกลับไปจอดยังจุดสกายวอล์ก  พอไปถึงก็ต้องซื้อรองเท้าผ้าหุ้มรองเท้ากันอีก ราคาคู่ละ 30 บาท แล้วใส่หุ้มรองเท้า หรือ หุ้มเท้าเปล่า จึงจะเดินขึ้นบนสกายวอล์กซึ่งเป็นกระจกใส เพื่อชมวิวของเขื่อนอุบลรัตน์ได้ ถึงจะดูจุกจิกไปนิด แต่พอได้ชมวิวกว้าง ๆ บนสกายวอล์กก็นับว่าคุ้ม และถือว่าได้อุดหนุนอุทยานให้มีรายได้มาพัฒนาและดูแลรักษาพื้นที่

Varee Café & Restaurant คาเฟ่ติดลำน้ำพองเจ้าของรางวัลสถาปัตยกรรมระดับโลก

วารี วัลเล่ย์ รีสอร์ท ของ คุณปณิชา ธรรมัครกุล  ซึ่งเป็นทั้งที่พัก ห้องประชุม ร้านอาหาร และคาเฟ่ติดลำน้ำพองแห่งเดียวในอำเภอนี้ ที่มีสกายวอล์กชมวิวมุมสูงได้ บรรยากาศร่มรื่นราวกับอยู่ในริมแม่น้ำแควของจังหวัดกาญจนบุรี

ไฮไลท์ของที่นี่คือตัวคาเฟ่ Varee Café & Restaurant เดิมทีเป็นอาคารไม้ แต่หลังจากที่คุณปณิชาซื้อพื้นที่มาบริหารต่อ จึงรื้ออาคารเก่าออก และสร้างคาเฟ่แห่งนี้ขึ้น โดยได้รับการออกแบบจากสถาปนิกของ NPDA studio และยังคว้ารางวัล Architizer A+Awards ระดับโลก ในด้านการออกแบบโครงสร้างและสเปซอีกด้วย  

คาเฟ่แห่งนี้ ถูกออกแบบเป็นโถงกว้าง สูง โล่ง และมีผนังจากวัสดุใสโปร่งแสง ให้มีแสงสว่างธรรมชาติส่องมายังพื้นที่ด้านใน มีระเบียงด้านนอกที่สามารถออกมานั่งชมวิวพร้อมรับประทานอาหาร โซนด้านในไม่มีแอร์ อาศัยการเปิดโล่งของอาคารให้มีลมธรรมชาติพัดผ่าน แต่ถ้าวันไหนลมนิ่ง ก็ใช้พัดลมเพื่อช่วยให้เกิดลมเคลื่อนไหวระบายอากาศแทน 

คาเฟ่แห่งนี้ยังมีบันไดเวียนเชื่อมสู่สกายวอล์กชมวิวลำน้ำพองในมุมสูง 360 องศา ด้านบน โดยใครจะขึ้นต้องเสียค่าบัตร 10 บาท แต่บัตรจะยังคงมูลค่า 5 บาท สามารถนำมาลดราคาอาหารและเครื่องดื่มที่โซนคาเฟ่ด้านล่างได้ นอกจากเครื่องดื่มแล้วยังมีขนมที่ทางร้านทำเอง และอาหาร ให้สั่งมารับประทานได้ เมนูแนะนำที่เราชิมแล้วถูกใจ คือ Coconut Black Coffee สายชาเขียวแนะนำ Fujim มัตฉะลาเต้ ขนมต้องลองชีสเค้กน้ำผึ้งคั่นด้วยแยมเลม่อน และอาหารซิกเนเจอร์อย่างยำปลาดุกฟู ที่ใช้ปลาดุกจากเขื่อนอุบลรัตน์มาทำ

ใครมาพักที่รีสอร์ท ทางรีสอร์ทยังมีบริการแพด้านล่างและมีร่มให้ยืม แต่ต้องเตรียมอุปกรณ์ตกปลามาเอง 

วารี วัลเล่ย์ รีสอร์ท ตั้งอยู่บ้านห้วยทราย อ.บ้านดง  เปิดให้บริการทุกวัน ติดต่อห้องพักห้องประชุมโทร 08 7492 4224 ติดต่อห้องพัก 24 ชั่วโมง 089 777 1400  โซน Varee Café & Restaurant เปิดให้บริการเวลา 08.00 – 20.00 น.

ตามหาตุ๊กตาไดโนเสาร์ OTOP บ้านดง

อีกหนึ่งสินค้าน่ารักสุดอันซีนของอำเภออุบลรัตน์ ก็คือตุ๊กตาไดโนเสาร์ของเหล่าแม่ ๆ บ้านดง ซึ่งขับรถต่อจากวารีวัลเลย์ มาอีกราว 15 กม. ก็จะถึง เส้นทางอาจคดเคี้ยวหน่อย แต่ถ้าปักหมุดไปบ้านดงหมู่ 3 และโทรศัพท์ถามทางแม่กัญญา สังคะสี หัวหน้ากลุ่ม ก็จะมาถึงหมู่บ้านได้ 

แม่กัญญา เป็นลูกสาวคนที่ 8 ใน 12 คน ของพ่อกำนัน ต.บ้านดง  และยังเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตัดเย็บบ้านดง ทำกันมาตั้งแต่ปี 2539 ช่วงแรกเย็บชุดนักเรียน แต่เพิ่งมาทำตุ๊กตาไดโนเสาร์ได้ 10 ปีหลัง เนื่องจากมีชุดนักเรียนตัดสำเร็จรูปจากโรงงานเยอะขึ้น ทำให้ขาดรายได้ ศูนย์เรียนรู้พัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภาจึงเข้ามาส่งเสริมอาชีพ ด้วยเห็นปัญหาและมองเห็นว่าในหมู่บ้านมีศักยภาพทั้งช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญด้านการตัดเย็บ และยังมีกลุ่มช่างทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ จึงสร้างอัตลักษณ์เป็นตุ๊กตาไดโนเสาร์สุดคิ้วต์  สีพาสเทลสวย แถมทางกลุ่มยังได้รับการพัฒนาฝีมือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เพิ่มพูนความรู้เรื่องการทำอีโคปรินต์เพิ่มเติม ทำให้น้องไดโนเสาร์บางตัวจะมีลายใบไม้สวย ๆ 

จุดจำหน่ายสินค้าคือบ้านของแม่กัญญา ซึ่งเป็นธนาคารหมู่บ้านด้วย และไม่ไกลกันมาก สามารถไปชมการทอผ้าฝ้ายที่นำมาใช้ตัดเย็บตุ๊กตาของกลุ่มวิสาหกิจได้อีกด้วย

สนใจอุดหนุนตุ๊กตาไดโนเสาร์ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตัดเย็บบ้านดง แต่แม่กัญญาบอกว่าไม่ค่อยมีแอดมินเข้าไปดูแลสักเท่าไร จึงแนะนำให้โทรศัพท์สอบถามและสั่งซื้อแทนที่เบอร์โทร 081 061 4130 

เยือนอาณาจักรแห่งความนัว แบรนด์ปลาร้าเชฟไพรฑูรย์

หนึ่งในแบรนด์น้ำปลาร้าสำเร็จรูปขวัญใจคนอีสานต้องยกนิ้วให้น้ำปลาร้าเชฟไพรฑูรย์  และพอรู้ว่า โรงงานผลิตเขาอยู่ที่อำเภออุบลรัตน์นี่เอง จึงต้องขอชมอณาจักรแห่งความนัว และยลโฉมเชฟไพรฑูรย์ตัวเป็น ๆ ให้เห็นกับตาสักครั้ง

แม้จะเป็นโรงงาน SMEs แต่จากที่เห็นก็อลังการใช่ย่อย เราได้พูดคุยกับเชฟไพรฑูรย์ ชารีนิวัฒน์ ตัวจริง เสียงจริง และเป็นเชฟจริง ๆ เพราะเขาไปเรียนหลักสูตรเชฟและได้ใบประกาศมาเรียบร้อย และยังได้รับรางวัลบุคคลตัวอยางภาคธุรกิจแห่งปี 2025 ภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย อีกด้วย 

เชฟเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ตนเป็นคนอีสานย้ายมาอยู่อำเภออุบลรัตน์กับพี่สาว และเปิดร้านส้มตำขายอยู่ข้างทาง ขายได้สักพักจุดเปลี่ยนก็มาถึง เมื่อเริ่มสังเกตว่านอกจากมาซื้อส้มตำแล้ว ลูกค้ายังมาขอซื้อน้ำปลาร้าที่ร้านไปตำส้มตำขาย จึงมองเห็นช่องทางขยับขยายส่งต่อความนัวอย่างมีมาตรฐาน และอยากให้น้ำปลาร้าของร้านสามารถช่วยต่อยอดทางธุรกิจกับพ่อค้าแม่ขายที่ทำส้มตำหรือทำอาหารอีสานให้สามารถมีกำไรขึ้นมาได้ จาวันนั้นถึงวันนี้ 11 ปีแล้ว เชฟบอกเราว่า 

“วิสัยทัศน์ของผมไม่ได้เปลี่ยน คือ ยังต้องการสนับสนุนให้คนอื่นรวย คนที่ตำส้มตำหลาย ๆ ร้าน เลือกอุดหนุนปลาร้าของเรา เพื่อนำไปประกอบอาชีพ ตัวปลาร้าแกนลอนของเราขายดีมาก ทำให้รู้ว่าความตั้งใจแรกของเราสำเร็จแล้ว”

วัตถุดิบที่ใช้ทำปลาร้าของแบรนด์เชฟไพรฑูรย์คัดสรรหมด ทำจากปลาทะเลใช้ปลากะตัก มีใบรับรองคุณภาพจากกรมประมง ส่งตรงจากทะเลบ้านเรา ได้มาตรฐาน อย. ส่วนการผลิตมีการคัดสรร ควบคุม ตรวจสอบ  ทุกอย่าง ทุกขั้นตอน และชั่งตวงอย่างเป็นมาตรฐาน ก่อนต้มปรุง จะมี QA มาตรวจสอบก่อนลงหม้อ การผลิตปลาร้าเป็นระบบพาสเจอร์ไรซ์ ได้รับรองมาตรฐาน GMP และ HACCP และเข้าสู่ ISO ก้าวเข้าสู่มาตรฐานสากลระดับโลก 

เชฟบอกกับเราว่า เอกลักษณ์ของปลาร้าเชฟไพรฑูรย์ คือ มีสีสันที่สวยงามเมื่อนำมาใช้ปรุงอาหาร  กลิ่นหอม อาจจะไม่โหน่งหรือกลิ่นแรง ทำรสชาติกลาง ๆ มีหลายสูตรให้เลือก มีสูตรฝาดำกลิ่นอ่อน  สูตรฝาขาวเป็นสูตรกลิ่นรสออริจินัลแบบอีสาน และฝาแดงเป็นสูตรเพิ่มเนื้อปลาให้มีเนื้อสัมผัสอั้วตั้วนัวยิ่งขึ้น อีกหนึ่งจุดเด่นคือ ปรุงง่าย ไม่เค็มโดด เพราะเชฟทำให้รสกลาง ๆ เอาไว้ เพื่อเข้าถึงทุกคนได้ง่าย ที่สำคัญ หากนำไปใช้ตำส้มตำ ส้มตำจะไม่เซ็ง ไม่คลายเครื่อง

นอกจากจะได้ฟังเรื่องราวความเป็นมาแล้ว ก่อนกลับเชฟไพรฑูรย์ยังโชว์ฝีมือตำส้มตำให้เราชิมอีกด้วย บอกได้คำเดียวว่า แซ่บเวอร์! ซึ่งเชฟแถมเคล็ดลับการตำส้มตำให้แซ่บได้ใจด้วยว่า หนึ่ง ต้องผสมพริกสดพริกแห้ง ใส่กระเทียมลงไปด้วย และตำเร็ว ๆ พร้อมผงชูรส และน้ำตาลมะพร้าวแค่ติดปลายทัพพีนิดหน่อย และมะเขือเทศสีดาสัก 4-5 ลูก ต่อครก จากนั้นจึงใส่เส้นมะละกอพันธุ์แขกดำดำเนิน หรือ แขกนวลดำเนินก็ได้ เติมผงชูรสโรยบนเส้นอีก แล้วจึงตามติดด้วยน้ำปลาร้าเชฟไพรฑูรย์ฝาแดง ก่อนบีบมะนาว แค่กดเบา ๆ ไม่ต้องบีบสุด ส้มตำจะได้ไม่เปรี้ยว และไม่ขมเปลือกมะนาว ตำเสร็จเชฟเรียกมาชิม พอได้ลองลิ้มต้องยกนิ้วให้ สมฐานะอดีตเจ้าของร้านสมตำ และเจ้าของกิจการน้ำปลาร้าเลื่องชื่อจริงๆ  

เอาเป็นว่าฟังถึงตรงนี้ ถ้าเริ่มน้ำลายสอ ก็ไปตามหาน้ำปลาร้าเชฟไพรฑูรย์มาลองตำตามเชฟดู แล้วจะรู้ว่า ความแซ่บส่วงนั้นเป็นอย่างไร มีวางขายทั่วประเทศไทยให้เลือกซื้อได้ตามชอบจ้า 

ซิปกาเฟอีนสเปเชียลตี อย่างมีสไตล์ที่ร้าน Duu House Café

พี่ตุ๊ก ธัญญรัศม์ ธนสินจุฑาชัย สาวสวยแห่งบ้านไผ่ อยากใช้ชีวิตอิสระ หลังเกษียณชีวิตการทำงานเชิงธุรกิจ เธอเลือกพัฒนาที่ดินที่ซื้อไว้นานแล้วในอำเภออุบลรัตน์ ตั้งใจจะทำเป็นเกสต์เฮาส์สามชั้น แต่ความฝันเหมือนจิ๊กซอว์ที่ต้องค่อย ๆ ต่อเติม ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ เกสต์เฮาส์จึงขึ้นได้แต่โครงสร้าง และมีเพียงชั้นหนึ่งที่แล้วเสร็จ พี่ตุ๊กตาจึงพัฒนาอาคารที่ยังไม่เสร็จดีหลังนี้เป็นคาเฟที่ด้านล่าง และตั้งใจจะค่อย ๆ สร้าง ค่อย ๆ แต่งไปให้แล้วเสร็จในอนาคต

ความเป็นคนชอบดื่มกาแฟ และนึกถึงชีวิตวัยเด็กที่เข้าใจดีว่า ความรู้สึกที่อยากเข้าไปนั่งคาเฟ่ แต่ไม่มีเงิน นั้นรู้สึกอย่างไร เธอจึงตั้งใจให้คาเฟ่ Duu House Café แห่งนี้ เป็นพื้นที่ของวัยรุ่นในอุบลรัตน์ ให้มีสเปซมานั่งพบปะสังสรร คิดทำสิ่งดี ๆ ไปด้วยกัน ร้านเพิ่งเปิดได้ยังไม่ถึงปี เราจึงรีบรีวิวมาเล่าสู่คุณผู้อ่านกัน

“พี่อยากให้ร้านนี้เป็นคอมมูนนิตี้สำหรับเด็กวัยรุ่น ที่อาจจะไม่ได้มีเงินมากนัก ให้พวกเขามีโอกาสได้เข้ามานั่งในคาเฟ่ และมีพื้นที่ปลอดภัยในการรวมตัวกัน มาหลายคนสั่งน้ำแก้วเดียวก็ไม่ว่า หรือไม่สั่งแต่มานั่งเล่นพี่ก็ยินดีค่ะ” 

เครื่องดื่มของร้านนี้ มีทั้งกาแฟ ชาเขียว และเครื่องดื่มอื่น ๆ โดยกาแฟ พี่ตุ๊กตาจะเลือกเมล็ดกาแฟสเปเชียลตี มาชงด้วยตัวเองผ่านเครื่องเอสเปรสโซแมชีน ซึ่งเธอออกตัวว่าเธอไม่ได้เป็นบาริสต้ามือาชีพ แต่ทำด้วยใจรัก นอกจากนี้ยังมีขนมที่พี่ตุ๊กตาทำเอง เช่น บานนอฟฟี ให้สั่งมากินคู่กับเครื่องดื่มด้วย

ด้วยอาคารยังสร้างไม่เสร็จ ความเปลือยของปูนและโครงสร้าง กลายเป็นเสน่ห์เท่ ๆ เกิดมุมถ่ายภาพชิค ๆ ได้หลายมุม วันที่แวะไปเยือนเราจึงเห็นกลุ่มวัยรุ่นมาถ่ายภาพทำคอนเทนต์กันอย่างมีชีวิตชีวา 

พิกัดร้าน Duu House Café นั้น หากใครใช้ทางมาเขื่อนอุบลรัตน์ ฝั่งมิตรภาพ พอเลี้ยวเข้ามาทางหลวงหมายเลข 2109 จะเห็นโรงงานพานาโซนิค อยู่ฝั่งซ้ายมือ (ขาเข้าเขื่อน) ร้านจะอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงงานดังกล่าว (ขาออกเขื่อน)  เปิดทุกวัน 09.00 – 22.30 น. เว้นแต่ถ้าราว ๆ สองทุ่มไม่มีลูกค้า อาจจะปิดร้านไปนั่งรีแล็กซ์ที่ร้านอื่น ๆ ในเขื่อนเพื่ออุดหนุนและสร้างสังคมกับคนในพื้นที่บ้าง โทร 087 789 4235

ลิ้มรสเหลาของกุ๊กรุ่นเก๋าแห่งโรงแรมโฆษะ ที่ร้านข้าวต้มยืนหยัด

คนพื้นที่รู้ แฟนคลับรู้ ถ้ามาอุบลรัตน์แล้วอยากกินข้าวต้มกุ้ยช่วงเย็นถึงดึก ต้องไปที่ “ร้านข้าวต้มยืนหยัด” เราก็เลยจัดไป พอลองลิ้มคีบอาหารเข้าปาก กลิ่นควันไฟไอกระทะมาเต็ม คนปรุงเทพมาก ถามไปถามมา ได้ความว่า เจ้าของร้านเป็นอดีตกุ๊กรุ่นแรกของโรงแรมโฆษะขอนแก่น ชื่อ บัญญัติ ศิลาลักษณ์ แต่วันที่เราแวะไปเชฟใหญ่หลับไปแล้วด้วยวัย 74 ปี คนปรุงคือลูกชายที่ได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธ์มาเต็ม ๆ 

แม่สมพร ศิลาลักษณ์  วัย 64 ปี เล่าว่าตนเป็นคนวังสะพุง จ.เลย แต่พบรักกับเชฟบัญญัติ ตอนที่เชฟย้ายไปทำงานที่เมืองเลยที่โรงแรมภูหลวง  พวกเขาต่อสู้ลมลุกคลุกคลานจนกระทั่งตัดสินใจเปิดร้านขายข้าวต้มกุ้ยใน บขส.อุบลรัตน์ ซึ่งยุคนนั้นแทบจะไม่มีคนจีน คนพื้นที่ก็กินข้าวต้มกุ้ยไม่เป็น ทำให้ไม่ค่อยมีลูกค้า วันหนึ่งระหว่างที่ร้านเงียบเชียบ เชฟจึงคลายเครียดด้วยการผัดผักบุ้งไฟแดงให้ไฟลุกท่วม ทีนี้คนเริ่มสนใจ เชฟเปิดประตูการกินข้าวต้มกุ้ยให้กับคนในพื้นที่  เดิมทีเปิดขายอยู่ที่ บขส. ขายอยู่ 2 ปี ปลดหนี้ปลดสิน แล้วช่วงปี 2545 จึงย้ายมาตรงทำเลปัจจุบัน 

อาหารร้านนี้ฝีมือระดับเหลายุคก่อน ผัดผักดีมีกลิ่นหอมกระทะ ผักบุ้งไฟแดงผัดไว้นานก็ยังเขียวสวย ผักสุกแต่กรอบ รสชาติจะไม่เข้มนัก ออกแนวมัน เค็มอ่อน นัว รสเหมือนผัดผักตามเหลาจีน ของชุบแป้งทอด แป้งกรอบร่วนไม่แข็ง ผัดเกี่ยมฉ่ายกระเพาะหมู กระเพาะหมูล้างเองทำเองไร้กลิ่น เนื้อนิ่ม ผัดกับเกี่ยมฉ่ายรสเปรี้ยว เค็ม หวาน หอมกระทะมาก ๆ แสดงว่าคนผัดมีฝีมือ ไชโปว๊หวานผัดไข่ เมนูเรียบง่ายแต่กินแล้วได้ใจนึกถึงวัยเด็ก ทีเด็ดที่ไม่สั่งไม่ได้คือ ไข่เจียวหมูสับ เจียวมากลมสวย เนื้อหนา สุกถึงข้างใน ผิวนอกกรอบนิด ๆ เนื้อในนุ่ม ไม่อมน้ำมัน เป็นไข่เจียวที่ถูกต้อง

อาหารร้านนี้จานใหญ่ แต่ราคาไม่แรง จริง ๆ ยังมีอีกหลายเมนูน่าลอง แต่พื้นที่ท้องไม่พอแล้ว จึงสั่งมารีวิวได้เท่านี้ นอกจากอาหารรสเยี่ยมแล้ว ทางร้านยังทำปลาร้าขายเองด้วย จากปลาที่พ่อบรรหยัดไปตกไปหามาเองจากเขื่อน ใส่กระปุกขายมีหลายราคาให้เลือกซื้อกลับเป็นของฝากได้  เอาเป็นว่าพิกัดนี้แวะมาไม่ผิดหวังแน่ ๆ เรื่องความอร่อย

ร้านข้าวต้มยืนหยัด เปิด 16.00 – 03.00 น. ไม่มีวันหยุด นอกจากจะมีธุระ โทร 083 373 7231 พิกัดที่ตั้ง พอถึงสี่แยกโรงเรียนอุบลรัตน์พิทยาคม เลี้ยวขวาไปทาง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ประมาณ 300 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือริมถนน

ชมวิวน้ำจรดฟ้า ตะวันลาลับ ที่ลานนับดาว

ทั่วเขื่อนอุบลรัตน์ มีหลายพิกัดเอาไว้ชมวิว กางเตนท์แคมป์ปิ้ง แต่บอกเลยว่าคลาสิกที่สุดต้องยกให้กับ “ลานนับดาว” ของอุทยานแห่งชาติน้ำพอง ที่ตอนนี้เขาทำแพห้องกระจกยื่นลงน้ำให้เข้าไปชมวิว ถ้าไปเย็นหน่อยห้องกระจกจะปิด แต่ยังเดินชมวิวริมระเบียงรอบแพได้ ข้อดีของที่นี่นอกจากความสวยงาม สะอาดตาของพื้นที่แล้ว คือมีเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานคอยสอดส่องดูแล ถือเป็นจุดชมวิวที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว โดยที่ทำการอุทยานน้ำพองจะเปิดทำการเวลา 08.30 – 17.00 น. แต่สามารถนั่งเล่นที่หาดได้จนถึง 20.00 น. กรณีจะกางเตนท์ที่หาด ต้องแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานก่อน มีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย แต่ถ้ามาปิกนิกไปกลับตามเวลาไม่มีค่าใช้จ่าย

เราเลือกจะชมพระอาทิตย์ตกที่นี่ จุดท้าน้ำกับฟ้าบรรจบกันและดวงตะวันค่อย ๆ ตกน้ำลับหาย ทิ้งไว้เพียงแสงสุดท้ายสีส้มเรือง ก่อนที่ความมืดยามค่ำคืนจะคืบคลานมาทดแทน เป็นภาพบรรยากาศที่โรแมนติกจนลืมไม่ลงเชียวล่ะคุณ

หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อทางอุทยานน้ำพองคือ 096 739 7920

นี้คือไฮไลท์ที่ Local Insideเด้อ ไกด์ไลน์ไว้เผื่อใครมาเยือนอำเภออุบลรัตน์ ฟอลโล่ตามนี้รับรองว่าไม่ผิดหวัง แต่ก็ยังเชื่อว่าเมืองที่มีวิวสวยแห่งนี้ยังมีอีกหลายจุดเชคอินดี ๆ รอให้คุณออกมาค้นหาและดื่มด่ำกันอีกเพียบ

เรื่อง : สิทธิโชคศรีโช    ภาพ : กานต์ตำสำสู

Share :