“กระนวนชวนเที่ยว” ปักหมุดเอาไว้ แล้วไปช็อปชมชิลชิมให้อิ่มใจ

Local Insider ชวนหมุนพวงมาลัยไปเยือนอำเภอกระนวน พื้นที่ตะเข็บชายแดนของจังหวัดขอนแก่นเชื่อมต่อหลายจังหวัด ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว สถานที่ท่องเที่ยว พิกัด ช็อป ชม ชิล ชิม แบบอิ่มใจ เชื่อว่าถ้าใครได้อ่านบทความนี้ และลองติดตามรีวิว จะหลงรักและ ประทับใจในอำเภอกระนวนแห่งนี้อย่างแน่นอน 

ทุเรียน 3D  ของดีเมืองกระนวน

เอ๋าสู….เพิ่งรู้ว่าขอนแก่นก็ปลูกทุเรียนได้ ใครอยากชิม ปักหมุดด่วนไปที่ ตำบลดูนสาด อำเภอกระนวน เลยจ้า 

พันจ่าโท ศักดิ์ดา โครตล่ามแขก เจ้าของ สวนทุเรียนไผ่วอเตอร์ ในฐานะประธานกลุ่ม พาพวกเราขับรถไปจุ่มตามสวนต่าง ๆ ในวันที่ไปเยือนช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เพราะว่า ก่อนหน้านี้บางสวนเขาเก็บผลผลิตไปแล้ว ส่วนสวนของไผ่วอเตอร์ผลผลิตจะเก็บได้ก็ช่วงเดือนสิงหาคม จึงพาพวกเราไปที่ สวนทุเรียนรุ่งทิวา ของ พี่สุบัน พันโนลิต ซึ่งสวนนี้ทุเรียนกำลังดกเต็มต้น มีผลหลายระยะ ทั้งเก็บขายได้แล้วและกำลังรอตัดขายตามช่วงเวลา 

ทุเรียนดูนสาด เปิดตัวมาตอนแรกเขาเรียกเล่น ๆ ว่า ทุเรียนคอมมิวนิสต์ เพราะพื้นที่นี้เป็นเชิงเขา ติดป่าที่กลุ่มคอมมิวนิสต์มาอาศัยอยู่ในช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาโหวตชื่อใหม่ไฉไลมาก เป็นทุเรียน 3D ที่มาจาก Dino Durian Doonzad แบรนดิ้งให้มีความเป็นขอนแก่นโดยใส่ไดโนเสาร์ลงไปช่วยเพิ่มภาพจำของทุเรียน 

“การปลูกทุเรียนที่นี่ จุดเริ่มต้นคือมีชาวบ้านนำต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง มาปลูกในพื้นที่  โดยปลูกแบบไม่มีความรู้อะไรแต่ต้นทุเรียนรอด เติบโต ให้ผลผลิต ถือว่าเป็นทุเรียนต้นแรกในพื้นที่ ซึ่งตอนนี้ทุเรียนต้นนี้ก็ยังอยู่ ทำให้ชาวบ้านเห็นโอกาสและเริ่มปลูกตามกัน ทำให้มีสวนทุเรียนในพื้นที่หลายแห่ง และเกษตรอำเภอจึงผลักดันให้ร่วมกลุ่มกันเป็นเกษตรแปลงใหญ่ 

“ทุเรียนปลูกไม่ง่าย แต่ด้วยพื้นที่ตำบลดูนสาด มีดินลักษณะดินภูเขา ที่ปลูกยางพารา ทุเรียน อ้อย จะได้ผลผลิตดี แต่สำหรับทุเรียนก็ยังต้องการการดูแลปะคบปะหงมเหมือนเด็ก ๆ ที่เราต้องดูแลตลอดเวลาจึงจะได้ผลผลิต

“เอกลักษณ์ทุเรียนขอเราก็คือ กลิ่นละมุน เมล็ดลีบ เน้นมันมากกว่าหวาน เบ่งพูใหญ่ ใครมาเยี่ยมมาชิมก็จะติดใจเรื่องรสชาติ”

เล่าเสร็จปุ๊บทางสวนก็ปอกทุเรียน 3D สุกเสิร์ฟให้กิน อู้หู พูใหญ่ เนื้อไก่ฉีก กรอบนอก หวานใน ครีมมี่นิด ๆ แล้วกลิ่น ละมุนลูกแบบทุเรียนลูกคุณหนูมาก ๆ   

ถ้าใครอยากชิม ไดโน ทุเรียน ดูนสาด อ.กระนวน จังหวัดขอนแก่น  ก็แวะกันมาที่ ตำบลดูนสาด อ.กระนวน จังหวัดขอนแก่นกันได้ โดยผลผลิตจะออกช่วงตั้งแต่ปลายเดือน มิถุนายน ถึง สิงหาคม ของทุกปี โดยแนะนำให้ติดต่อกับทางสวนโดยตรง นั่นคือ สวนทุเรียนไผ่วอเตอร์ ของคุณศักดา  โทรศัพท์  061 536 9495

หรือ จะเป็น สวนรุ่งทิวา โทรศัพท์ 092 251 3379 ก็ได้ ส่วนใครอยากชมทุเรียนต้นแรกที่เป็นแรงบันดาลใจของคนในพื้นที่ เจ้าของบ้านก็ยังเก็บรักษาไว้ ให้คุณศักดาพาไปชมได้

ชมวิวทิวเขา ที่ออนซอนวิวคาเฟ่ @ ดูนสาด

เนื่องจาก ต.ดูนสาด อยู่ห่างจากตัวเมืองกระนวนพอสมควร ดังนั้นใครที่แวะมาเที่ยวสวนทุเรียนแล้วเกิดหิวขึ้นมา จะบอกว่า โซนนี้ที่ติดเชิงเขา จึงมีวิวภูเขางาม ๆ ให้ชม ซึ่งไม่ไกลจากสวนทุเรียน หากใครมองหาที่พักท้องให้อิ่ม พักสายตาด้วยวิวงาม ๆ สามารถปักหมุดไปฝากท้องพร้อมชมวิวสวย ๆ กันได้ที่คาเฟ่ชื่อเก๋ “ออนซอนวิว คาเฟ่@ดูนสาด” ผังร้านเล่นสเต็ปลดหลั่นเป็นชั้นเชิง มีซุ้มแยกเปิดโล่งด้านหนึ่งให้ชมวิวทิวเขาไกล ๆ ได้ ที่นี่เขามีอาหารเสิร์ฟหลายอย่าง ตั้งแต่พิซซ่าเตาถ่าน เซตอาหารทะเล คาเฟ่จิบกาแฟและเครื่องดื่ม หรือแม้แต่อาหารตามสั่งง่าย ๆ อย่างเช่น ผัดกะเพราไข่ดาว  เอาเป็นว่า วิวดี พื้นที่แจ่ม อาหารโอเค แวะมากับครอบครัวกันได้ 

ร้าน ออนซอนวิว คาเฟ่ @ ดูนสาด เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30 น. – 22.30 น. โทรศัทพ์ 093 065 3997 

จ่ายตลาดเช้า ที่ตลาดประชารัฐหมู่ 1 บ้านหนองโก

เช้าตรู่ที่กระนวน อยากชวนไปเดินตลาดเช้าเล็ก ๆ ที่คนในเมืองเขาปิดถนนทำเป็นตลาดย่อม ๆ ชื่อตลาดประชารัฐหมู่1 บ้านหนองโก พิกัดใกล้กับสวนสาธารณะหนองโก 

ที่นี่ชาวบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุ แม่ ป้า ย่า ยาย จะลุกขึ้นมาทำอาหารอีสานขายกันหลายเจ้า รวมไปถึงแผงขายผักสด วัตถุดิบประจำฤดูกาลตามแต่ที่หามาได้ วางขายแบกะดิน เช่น ปลาร้า ปลาแม่น้ำ เนื้อปลากรายขูด หอยกาบน้ำจืด ฮวก ปลาซิวปลาสร้อย ฯลฯ 

อาหารพร้อมกินที่เห็นขายมากที่สุด น่าจะเป็นอาหารประเภทน้ำพริก ป่น แจ่ว พร้อมผักลวก เป็นเครื่องยืนยันว่าคนกระนวนเขากินผักเก่ง สมกับเป็นเมืองที่ให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นที่เกษตร ถ้าแวะไปเจอข้าวจี่ตรงหัวตลาดอย่าพลาดซื้อ แม่ค้าจะปั้นข้าวใส่ปลายไม้เป็นตุ้ม ๆ ทำแบนนิดหน่อยเพื่อให้พลิกปิ้งง่าย ข้าวเหนียวนุ่มอร่อยดีงาม หอมกลิ่นไข่ที่ผิงไฟจนเหลือง และอีกอย่างที่ชอบก็คือ กล้วยต้ม ของกินเล่นง่าย ๆ แต่กลายเป็นมื้อเข้าแสนอร่อยที่กินแล้วสบายท้อง

นอกจากของกินแล้ววันที่แวะไปเยือน ยังเห็นช่างทอผ้าที่นำผ้าไหมสวย ๆ ฝีมือชาวบ้านมาวางขายด้วย โดยเฉพาะผ้าไหมลายเกล็ดเต่า ที่ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไร

ตลาดประชารัฐหมู่ 1 บ้านหนองโก เปิดทุกวัน ตั้งแต่ ตีสี่ ถึงราว ๆ 08.30 น. ตลาดก็วาย แล้วก็จะมีอีกทีช่วงเย็น เวลา 16.00-19.00 น. เรียกได้ว่า เป็นอีกพิกัดที่หากอยากซึมซับวิถีความน่ารักของกระนวน ไม่ควรพลาด

นกน้อยข้าวมันไก่ รสอบอุ่น คุ้นลิ้น กินมาแต่เด็ก

“มันเป็นตำนานมาแล้วค่ะ ถ้ามาไม่กินนกน้อยมาไม่ถึงกระนวน พี่ยุพิน เจ้าของร้านเล่าด้วยรอยยิ้ม

ไปมาก็หลายอำเภอ  Local insider จับจุดได้ว่า แต่ละพื้นที่จะมีร้านข้าวมันไก่ประจำอำเภออยู่อย่างน้อยหนึ่งแห่ง อำเภอกระนวนก็เช่นเดียวกัน หากใครอยากลิ้มลองรสข้าวมันไก่ตำรับ 70 กว่าปี ที่คนเมืองนี้กินมาตั้งแต่เด็ก ต้องปักหมุดเชคอินที่ร้าน “นกน้อยข้าวมันไก่” ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับหมอลำนกน้อยอุไรพร 

พี่ยุพินพร ดวงประเทศ วัย 59 ปี คนกระนวนแท้ เล่าว่า เดิมทีพี่สาวคนที่สามไปทำงานที่ระยองแล้วได้สูตรวิธีทำมาจากคนจีน แล้วกลับมาทำขายที่กระนวน ก่อนจะยกกิจการให้พี่ยุพินพร ซึ่งเป็นน้องคนที่ 7 ปรุงขายต่อมา รวมเวลาส่งต่อความอร่อยก็ 70 กว่าปีแล้ว

“ร้านเราเป็นตำนานของกระนวนค่ะ ถ้ามากระนวนไม่ได้กินนกน้อยข้าวมันไก่ก็เหมือนมาไม่ถึง ตอนที่พี่สาวขายข้าวมันไก่ พี่เพิ่งเรียน ป.4 และพออายุ 24 ปี พี่สาวก็ยกกิจการให้เราขายต่อมา รวมเวลา 70 กว่าปีแล้ว

“ข้าวมันของเราจะใช้ข้าวหอมมะลิมาหุงด้วยเตาถ่านกับมันไก่ ทำให้ข้าวรสสัมผัสนุ่มนวล กลิ่นหอม สีเหลืองสวย ส่วนไก่เราจะใช้ไก่พันธุ์ ไปเลือกเองจากตลาดทุกวัน นำมาต้มแบบไก่สุกทั่ว แล้วนำน้ำซุปที่ได้มาใช้หุงข้าว และปรุงเสิร์ฟเป็นน้ำซุปเคียงจานต่อ”

ได้สูตรมาจากพี่สาว ไปทำงานที่ระยอง แล้วได้สูตรมาทำขายที่กระนวน ขายได้ 30 ปี เป็นรุ่นที่ 2 เปิด 34 -35 ปี รวม 70 ปี  เป็นสูตรของคนจีนทางระยองให้สูตร  ข้าวหุงเตาถ่าน หุงไม่เช็ดน้ำ ใช้ข้าวหอมมะลิของขอนแก่น หอมนุ่ม เพราะใช้เตาถ่าน มีสีเหลืองนวล หอม มันไก่”

แค่ฟังไม่พอขอสั่งมาชิม ชอบตัวข้าวจริงอะไรจริง เพราะกลิ่นหอม เม็ดข้าวนุ่มหนึบ ส่วนไก่จะเป็นไก่ต้มสุกทั้งหมด กินกับเต้าเจี้ยวยำรสจัดถูกปากคนไทย แล้วซดน้ำซุปหอม ๆ ชอบตรงที่ใส่ชิ้นฟักลงมาในน้ำซุปด้วย

นอกจากข้าวมันไก่แล้ว ที่ร้านมีข้าวหมูกรอบ ข้าวหมูแดงให้เลือกสั่งด้วย ทุกอย่างทำเองหมด ใครไม่อยากพลาดไอเท็มระดับตำนานประจำอำเภอนี้ ปักหมุดนกน้อยข้าวมันไก่มาในกูเกิ้ลแมป ก็พามาถึงแบบไม่หลงทางจ้า   

เปิดร้าน 06.00-14.30 น. ถ้าไม่ป่วยไม่หยุด โทรศัพท์ 093 446 1599 พิกัด ปักหมุดมาถึง โซนใกล้สวนสาธารณะ 

Pass Coffee Roaster กาแฟคุณภาพคัดคั่วเมล็ดเองราคาย่อมเยา

โฟล์ค ศักดิ์สิทธิ์ มีชัย หนุ่มชัยนาท เรียนจบนิเทศศาสตร์ ทำงานแบงก์มาหนึ่งปี ก่อนจะมาตั้งหลักปักฐานขายอุปกรณ์การเกษตรกับญาติ ด้วยเขาเกิดมาในบ้านที่เคยเป็นสภากาแฟโบราณมาก่อนตั้งแต่รุ่นอากง จึงหลงรักในกลิ่นรสคาเฟอีน ตระเวนชิมกาแฟไปทั่ว ชอบแบบไหนก็เก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจ มาวันหนึ่งเป็นจังหวะที่ร้านกาแฟโปรดของเขาในกระนวนเปิดเซ้งกิจการ เขาจึงไม่รอช้ารับช่วงต่อ และเปลี่ยนชื่อร้านเป็น Pass Coffee Roaster ซึ่งมาจากการข้ามผ่านจากสิ่งเดิมมาสู่สิ่งใหม่

“หลังจากเซ้งร้านมา เราก็รีแบรนด์ใหม่ และขายมาถึงทุกวันนี้ก็ 11 ปี แล้ว  แต่ถ้าจุดเริ่มที่หาสารกาแฟมาคั่วเองเพื่อใช้ที่ร้านจะเริ่มต้นประมาณ 5 ถึง 6 ปี  ตอนนี้เบสสารกาแฟที่ใช้ในร้านจะเป็นกาแฟบราซิล โดยนำเข้าผ่านซัพพลายเออร์ แล้วนำมาคั่วเอง  เมล็ดกาแฟที่ใช้ในร้าน ก็จะมีกลุ่มเมล็ดพิเศษสำหรับคนที่ไม่กินแบบคั่วเข้ม จะมีทั้งจาก เอธิโปเปีย คอสตาริก้า  เรานำมาคั่วเองเพื่อคุมคุณภาพให้ได้อย่างที่เราต้องการ โดยจะเริ่มคั่วระดับกลาง และสำหรับเมนูกาแฟที่ชงผสมนม ก็จะใช้ระดับการคั่วเข้ม ซึ่งจะเบลนด์ระหว่างเมล็ดนอกและอราบิก้าไทยจากเชียงราย เข้าด้วยกัน

“ตอนเริ่มต้นผมขายกาแฟแก้วละ 35 บาท โดยนำแรงบันดาลใจจากที่เคยไปชิมกาแฟหลาย ๆ ร้านมา ชอบอันไหนก็เก็บไว้เป็นไอเดีย และนำมาประยุกต์ใช้กับร้านเรา อย่างเช่นกาแฟมะพร้าวผมไปเจอที่ร้านกาแฟแถวชายทะเล ชิมแล้วชอบ ก็ลองนำมาทำขาย แล้วขายดี ลูกค้าติด เราใช้มะพร้าวน้ำหอมแท้จากบ้านแพ้ว จ.ราชบุรี สั่งที่ 500 ถึง 1,000 ลูก นำมาปอกลูกต่อลูก เป็นเมนูขายดี ที่ขายมา 5-6 ปี แล้ว เพราะคนกระนวนรักสุขภาพนะครับ กาแฟมะพร้าวเลยขายดี 

“ร้านผมจะเน้นเรื่องคุณภาพกาแฟที่ดี แต่ราคาที่ลูกค้าจ่ายจะไม่แรงมาก เพราะอยากให้ลูกค้าได้ดื่มกาแฟที่มีคุณภาพแต่ราคาเอื้อมถึงได้ อุปกรณ์ที่ใช้ชงทุกอย่างไฮเอ็นหมด เพราะส่วนนี้เราสนองนี้ดตัวเอง (หัวเราะ) แต่ผมจะไม่บอกว่ากาแฟร้านผมเป็นสเปเชียลตีนะ เพราะกว่าจะไปถึงตรงนั้นได้ทุกองค์ประกอบมันต้องเป๊ะมาก และถ้าไปถึงตรงนั้นเราคงไม่สามารถขายราคานี้ได้ หากจะนิยามว่าร้านเราเป็นร้านกาแฟแบบไหน ผมขอนิยามว่าเป็น เอสเปรสโซ่บาร์ที่พรีเมี่ยมขึ้นมาหน่อย เราดูและเองทุกขั้นตอน มีวาไรซ์ตีให้ลูกค้าเลือกหลากหลายครับ 

“นอกจากกาแฟ ร้านเราจะมีมัตฉะ ที่ผมจะบินไปซื้อเองที่ญี่ปุ่น เพราะไปเที่ยวด้วย (หัวเราะ) ไปแต่ละทีก็จะไปซื้อมา เลือกแบรนด์ที่เราชิมแล้วเข้ากับเมนูร้านเรา มีหลายสิบตัวให้ลูกค้าเลือก”

เอาเป็นว่าใครมากระนวนแล้วรู้สึกว่ากระแสเลือดขาดคาเฟอีนละก็ ขอให้ว้าบมาร้าน Pass Coffee Roaster เพราะกาแฟเขาดี ชงอร่อย ราคาประหยัด นอกจากกาแฟ ชาเขียว แล้ว แนะนำว่าอย่าพลาดชิมแซนด์วิชเกาหลี ของทางร้านด้วย อร่อยดีงาม Pass Coffee Roaster โทรศัพท์ 097 180 9091 ร้านเปิดทุกวัน 07.00 น. – 16.00 น.

Ganes Café ร้านเค้กอร่อยประจำอำเภอ ของสาวนักเศรษฐศาสตร์

“ชื่อร้าน Ganes Café มาจากที่บ้านของบีมนับถือพระพิฆเนศวรมากค่ะ พอจะเปิดร้านเค้ก ชื่อนี้ก็ปิ้งขึ้นมา ทุกคนเห็นดีด้วย จึงเกิดเป็น Ganes Cafe”

บีม ปารณีย์ มะเสนา อายุ 30 ปี เล่าให้เราฟังถึงที่มาของชื่อร้านเค้กของเธอ ซึ่งต้องบอกเลยว่า ทั้งรสชาติ เนื้อสัมผัส หน้าตาเค้กร้านนี้ ดีงามลงตัวทุกอย่างไม่แพ้ร้านดังในอำเภอเมือง 

น้องบีม เจ้าของร้าน เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้าน เศรษฐศาสตร์ พอเรียนจบ พี่สาวเซ้งอาคารเอาไว้ใกล้ตลาดสดเทศบาลกระนวน จึงคิดกันว่าอยากจะเปิดร้านเค้กที่มีกาแฟและเครื่องดื่มขายด้วย 

“ตอนที่แพลนจะเปิดร้าน ตอนนั้นมองเห็นว่าที่กระนวนยังไม่มี ‘เค้กคัสต้อมเมด’ มีแต่เค้กสำเร็จ และก็ยังไม่มีร้านเค้กที่ใช้วิปครีมแท้ ๆ  เราเห็นจุดตรงนี้ เลยอยากเป็นร้านเค้กที่มีกาแฟ ใช้วิปครีมแท้ รับทำเค้กในโอกาสสำคัญได้ด้วย ก็เลยเปิดร้านนี้ขึ้นค่ะ โดยก่อนเปิดเราไปเทคคอร์สเรียนทำขนมที่กรุงเทพ ฯ 2 ที่ แล้วก็กลับมาเวิร์กช็อปทำเค้กกับร้านมะลิเค้กในตัวเมืองขอนแก่นด้วย

“เอกลักษณ์เค้กของเรา คือใส่ใจเรื่องวัตถุดิบ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบแม้ต้นทุนจะสูงขึ้นมาก เพื่อให้รสชาติเสถียรที่สุด ตัววิปครีมใช้ตัวท็อปราคาสูง เนยที่ใช้ก็มีเปอร์เซ็นต์เนย 82 เปอร์เซ็นต์  ทำเค้กขึ้นตู้วันต่อวัน ไม่ได้ค้างคืน กรณีค้าง อย่างมากก็ไม่เกิน 2 วัน โดยมีโปรดักต์ขึ้นตู้ 15 -20 ชนิด รวมขนมทุกอย่าง” 

บีบเล่าให้เราฟังอีกว่า เนื้อเค้กที่ร้านจะมีการเลือกใช้ให้เหมาะสม หากเป็นเค้กที่ต้องปาดหน้าด้วยบัตเตอร์ครีม ก็จะเลือกทำเป็นเนื้อบัตเตอร์เค้ก ซึ่งแน่นอนว่าต้องอร่อยถึงรสเพราะใช้เนยดีมาทำ  ส่วนถ้าเป็นเค้กที่แต่หน้าด้วยวิปครีมก็จะทำเป็นเนื้อสปันจ์เค้ก รายการเค้กคลาสิกของที่ร้านจะมีอยู่สามไอเทม คือ สตรอว์เบอร์รีชอร์ทเค้ก เค้กช็อกโกแลต และเค้กมะพร้าว นอกจากนั้นจะเป็นเค้กที่กำลังเป็นกระแส ทางร้านก็จะทำขึ้นมาวางขายร่วมด้วย  นอกจากเค้กอร่อยแล้ว เครื่องดื่มร้านนี้โดยเฉพาะกลุ่มชาเขียวมัตฉะ ก็ไม่ควรพลาด 

สรุปง่าย ๆ ของร้านนี้ก็คือ เค้กดี เครื่องดื่มอร่อย มากระนวนไม่ควรพลาด 

Ganes Café เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ทุกวัน หยุดหลังปีครับ ประมาณ 4 วัน สั่งเค้ก 1-2 วัน แล้วแต่แบบ ถ้ายากก็ประมาณ 7-10 วัน โดยต้องมารับเค้กเองที่ร้าน พิกัด หน้าตลาดสดเทศบาลกระนวน

“Mayuree Wine-Bar & Restaurant”  เพชรเม็ดงามแห่งรสชาติ ของอำเภอกระนวน

“เราเปิดร้านเอาสังคมค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็เน้นรายได้ค่ะ … อรรถรส ก็อยากให้ร้านนี้เป็นร้านสำหรับวันพิเศษของลูกค้า และของคนกระนวน ถ้าใครมีแฟน อยากให้ร้านเราเป็นวันพิเศษมาที่ร้านแล้วประทับใจ มีความสุข แล้วก็กลับบ้าน อยากให้คนกระนวนได้เปิดโลกของร้านอาหารยุโรป  เราเปิดมาแล้ว 3 ปี ผลตอบรับดี มีลูกค้าสายคลีน สายเฮลท์ตี และมีลูกค้าที่เป็นยุโรปจริง ๆ แวะเวียนมา เขามาแล้วมีความสุขกลับบ้านกันทั้งนั้น ส่วนอาหารอร่อยหรือไม่อร่อย ไม่รู้ (หัวเราะ)”

มยุรี เชฟสาวไทยผิวแทนมาดเท่ แห่งร้านอาหารชื่อเดียวกันกับเจ้าของ เล่าให้เราฟังด้วยสำเนียงไทยกลิ่นอายฝรั่ง ที่เป็นอย่างนั้น เพราะเธอไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนที่ประเทศเยอรมันนานกว่า 20 ปี ก่อนที่จะเปิดร้านอาหารไทยชื่อว่า Mayuree ขึ้นที่เมือง ดุลเซลดอร์ฟ เมืองหลวงของรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน ประเทศเยอรมนี

เธอพบรักกับแฟนชาวเยอรมันที่นั่น และร้านอาหารมยุรี ถือเป็นหมุดหมายที่คนมีชื่อเสียงในไทยหลายคนเมื่อไปเยอรมันจะต้องปักหมุดไปลิ้มลองอาหารไทยรสเยี่ยมของเธอ เบื้องหลังความสำเร็จของร้าน มยุรีเป็นผู้ลงมือปรุงอาหารด้วยตัวเองอยู่หลังครัว นาน ๆ เข้า ปัญหาสุขภาพเรื่องกล้ามเนื้อและข้อแบบเรื้อรังก็เกิดขึ้น เธอกับแฟนจึงตัดสินใจปิดร้านมยุรีที่เยอรมัน ขายทุกอย่าง แล้วกลับมาใช้ชีวิตที่ไทย พร้อมเปิดร้านอาหารชื่อ “Mayuree Wine-Bar & Restaurant”   ขึ้นอีกครั้งที่อำเภอกระนวน บ้านเกิดของเธอ แต่เลือกขายเป็นอาหารฝรั่ง พร้อมกับไวน์และเครื่องดื่มค็อกเทล ม็อกเทล

ร้านนี้ผู้เขียนยกให้เป็น Hidden Gems แห่งรสชาติ ที่ไม่ควรพลาดหากมากระนวน หากปักหมุด GPS มาถึงหน้าร้านแล้ว ต้องเดินทะลุอาคารด้านหน้าเข้าไปสู่ตัวร้านอาหารด้านใน ที่เหมือนนำตัวบ้านมาออกแบบให้ด้านล่างเป็นร้านอาหาร โดยทางร้านจะเปิดผนังโล่ง ไม่มีแอร์ แต่มีพัดลมบริการ 

อาหารร้านนี้เป็นแนวโฮมเมด เพราะมยุรีกับแม่ลงมือช่วยกันปรุงกันสองคน อาจใช้เวลาสักหน่อย ดีที่สุดคือถ้าจะแวะไปควรโทรสั่งไว้ก่อน แต่ถ้าได้ลิ้มลองถือว่าคุ้มสุด ๆ เพราะกลิ่นอาหารแต่ละจานที่ปรุงมา บอกเลยว่าเป็นกลิ่นอาหารฝรั่งที่ใช้วัตถุดิบและเครื่องเทศถูกต้อง แค่ได้กลิ่นก็รู้ว่าคนปรุงทำอาหารฝรั่งเป็น  แต่มีปรับรสเข้มข้นให้เข้าปากคนไทย

วันที่แวะไป เราเริ่มต้นชิมจากอิตาเลียนโซดา สีสวย ตกแต่งมาน่ารัก พร้อมเซตของทอดรวมที่เสิร์ฟมาเป็นเถา มีตั้งแต่เฟรนช์ฟรายด์ แฮชบราวน์ นักเก็ต พรอนฟลิตเตอร์ และ พิกอินแบลงเควสต์  ก่อนอาหารจานเส้น และเมนคอร์สจะเสิร์ฟ เชฟยังใจดี เสิร์ฟคอมพลีเมนทารี มาเป็น แพนเซียร์กุ้ง เสิร์ฟมาบนแตงโม พร้อมเฟตาชีส ไวด์ร็อกเกต แคร์รอตซอส ก่อนราด บัลซามิกรีดักชั่น กินรวมกันแล้วสดชื่นที่สุด จากนั้นจึงตามด้วยสปาเกตตีเส้นหมึกดำกุ้งผัดพริก กลิ่นหอมน้ำมันมะกอก รสเผ็ดเข้มข้นถูกปากคนไทย แต่ได้กลิ่นไออาหารฝรั่ง ก่อนปิดท้ายด้วยเมนคอร์ส แลมป์สเต๊ก กริลมาสุกแบบ มีเดียมเวล พร้อมผักย่าง มันบด มีแพนซอส กับแคร์รอตซอส เติมรสชาติให้อร่อยลงตัว เมนูนี้จะแถมสลัดถ้วยใหญ่มาให้กินเคียงกันด้วย ทุกสิ่งที่สั่งมาราคา ย่อมเยา ถือว่าราคาดี รสชาติดี Bon Appetit  มาก ๆ 

ความอร่อยชวนค้นหาของ ร้าน “Mayuree Wine-Bar & Restaurant”  พร้อมเสิร์ฟคุณทุกวัน ที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ร้าน เปิดช่วยเย็น เวลา 15.00-22.00 น. นอกจากร้านอาหารแล้ว ทางร้านยังมีไวน์บาร์ ที่พักโฮมสเตย์ อีกด้วย เข้าไปติดตามรายละเอียดได้ที่ Fb: Mayuree Wine Bar Restaurant หรือ IG : MAYUREE_WINKLER  Line: Mayuree_Restaurant โทรศัพท์ 094 878 1719

ออกกำลังกาย สวนสาธารณะหนองโก

ใครเป็นสายชอบออกกำลังกาย แอบกระซิบว่า อำเภอกระนวนเขามีสวนสาธารณะกลางเมืองให้คนมาใช้สเปซดูแลสุขภาพกัน นั่นคือ สวนสาธารณะหนองโก มีทั้งลานกว้างสำหรับสายออกกำลังกายเป็นกลุ่ม โซนเครื่องเล่นต่าง ๆ สำหรับออกกำลังกาย และลู่วิ่งรอบสระน้ำ ให้เลือกออกกำลังกายได้ตามถนัด ด้วยการที่กระนวนเป็นเมืองที่มีโรงเรียนกีฬา และเป็นพื้นที่ที่เขยฝรั่งมาลงหลักปักฐานอยู่ไม่น้อย ทำให้บรรยากาศของการออกกำลังกายรายล้อมไปด้วยกลุ่มนักกีฬา และมีความนานาชาติ ดูอินเตอร์ไม่หยอก  

ลาบก้อย ตุ๋ยโภชนา ซิกเนเจอร์รสแซ่บนัวแห่งกระนวน

“ร้านฉัน พอใจมากะมาโลด พอใจกินกะกิน บ่พอใจกินว่าบ่แซ่บ บ่กินกะแล้วไป”

ป้ามะลิ สตรีร่างท้วม บอกกับเราด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม น้ำเสียงเวลาพูดกลั้วหัวเราะในบทสนทนา คนอีสานเรียกคนแบบนี้ว่า ปากนัวหัวม่วน ซึ่งไม่แพ้ความนัวความแซ่บของลาบก้อยซอยจุ๊อาหารอีสานของร้านตุ๋ยโภชนา ที่ ลุงตุ๋ย สมจิตร สังโวรี ผู้เป็นสามีคือคนปรุงเองทุกเมนู

ป้ามะลิบอกกับเราว่า ร้านเปิดมา 40 ปีแล้ว ตนกับสามีเป็นคนสารคาม ความน่าทึ่งคือประโยคที่ป้าบอกว่า

“พวกฉันสองคนบ่เคยเฮ็ดกับเข้าแนวนี่มาก่อนเด้ อาศัยฝึกเองเฮ็ดเอง ดัดแปลงเองเบิด แล้วกะซิมเบิ่ง แซ่บแล้วกะจั่งขาย”

 

เพราะสมัยก่อนทั้งสองคนทำอาชีพค้าขายอยู่จังหวัดมหาสารคามมาก่อน พอมาลงหลักปักฐานอยู่อำเภอกระนวน ได้มาเห็นทำเลที่พักอาศัย ว่าอยู่ใกล้กับโรงหนัง และสถานบันเทิงที่ปิดดึก จึงคิดเปิดร้านอาหารทั้งวันทั้งคืน

“ฉันเป็นคนสารคาม แฟนกะสารคาม แล้วมาอยู่กระนวน 40 ปีก่อน แต่กี้ตรงนี้เป็นสามแยก แถวนี้จะเป็นร่องน้ำ คนก็มาดำนาอยู่แถวนี้ แล้วหลังบ้านเป็นโรงหนังแต่ลืมชื่อ เฮากะเปิดร้านข้าวต้มยามมื้อคืน ขายหมดคืน พวกเบิ่งหนังดึก หรือคนไปเที่ยวบาร์กลับมาดึกแล้วกะมากิน พอแจ้งแล้วกะเก็บเครืองข้าวต้มลง แล้วเปลี่ยนขายลาบ ขายเบิดมื้อเบิดคืน สลับกันนอน สลับกันขายกับแฟน”

40 ปีที่ยืนหยัดอยู่คู่กระนวน กลายเป็นเครื่องการันตีถึงความอร่อย ให้หลายคนที่มาเยือน รวมถึงคนมีชื่อเสียง นักการเมือง ต้องแวะเวียนมากินลาบ ก้อย อาหารอีสาน ที่ร้านนี้อย่างไม่ขาดสาย ภายใต้บรรยากาศบ้าน ๆ ที่ลุงตุ๋ยจะยืนประจำสเตชั่นทำอาหาร ส่วนป้ามะลิ ก็จะมีธุรกิจขายสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ด้านใน และคอยพูดคุยกับลูกค้า ด้วยใบหน้าดูเหมือนตึงมึน แต่พอคุยด้วยแล้วสนุกชะมัด  

“เนื้อที่ร้านนี่ฉันสั่งให้เพิ่นเอามาให้ยามเมื่อเซ้า เป็นเนื้อสดๆ มื้อต่อมื้อ ใช้งัวมื้อละเคิงโต  ถามว่าเมนูเด็ดของร้านคืออีหยัง ฉันกะสิตอบว่า เด็ดทุกอย่าง ถ้าเป็นหมวดของฝาก กะเป็น หม่ำ เนื้อแดดเดียว หมูแดดเดียว ส้มงัว 

ตอนนี้เวลาเปิดร้านแต่ละมื้อบ่แน่นอน บางเทื่อมีคนมาบอกว่ามื้อนี้สิมากินเข้าเด้อ พวกฉันกะตื่นแต่เช้า ปกติสามโมงจั่งตื่น ลางเทือลูกค้ามานั่งกิน เพิ่นบ่เซ่ากิน เฮากะบ่ท่าจนดึก  ลูกค้ากะเกรงใจแม่ค้าพ่อค้าแหน่กะได้ (หัวเราะ) พ่อค้าแม่ค้า กะต้องนอนคือกันเดะ (หัวเราะ) เว่าแบบนี้โลด”

อย่างที่บอกไปว่านอกจากเจ้าของร้านปากนัวแล้ว อาหารร้านนี้ก็แซ่บนัวไม่แพ้กัน เราสั่งมาเต็มโต๊ะ เริ่มจากเนื้อแผ่นแห้ง แล่บางย่างมากรอบ ๆ กินแกล้มน้ำอำพันแล้วได้ใจ หม่ำ ร้านนี้คือทีเด็ด กลิ่นรสเนื้อและเครื่องในชัด ก้อยเสือคั่ว คั่วมาแบบเนื้อยังมีความมีเดี้ยม รสชาติเข้มข้น ผัดจังโก้ กลิ่นหอมสมุนไพรรสเข้มข้นขมอ่ำหล่ำ ย่างพวงนมหอม ๆ จิ้มแจ่วพริกป่นใส่ดีนิด ๆ แซ่บหลาย ต้มขม รสนัวเครื่องเคราตุ๋นมาเปื่อยกำลังเคี้ยวซดแล้วได้กลิ่นอายความเป็นลูกทุ่งอีสานแบบชัดเจน ระหว่างชิมอาหาร ป้ามะลิเล่าให้ฟังว่า

“คนสำคัญกะมากินร้านเฮาหลายเด้ สิเอาแบบได๋ห์ล่ะ ส่วนหลายเวลาเพิ่นมากะมากินร้านเฮาเบิด คนใหญ่คนโต คนมีซื่อเสียงกะมากินนี่เบิด แต่ฉันกะทำเป็นบ่ฮู้จัก เพราะเฮาเป็นแบบไทยบ้าน ไผมากินก็เฮ็ดให้คือกัน คันว่าร้านฉันสกปรก กะบ่ต้องมากินร้านข่อย แม่นบ่ คันพอใจกินจั่งมากิน คันมาแล้วมาติฮั่นตินี่ข่อยกะบ่ขาย จั่งตำบักหุ่งนี่ ข่ออยากขาย ข่อยกะขาย ข่อยบ่อยากขาย ข่อยกะบ่ขาย คั่นเว่าถืกใจข่อยกะจั่งตำขาย”

“ร้านฉัน พอใจมากะมาโลด พอใจกินกะกิน บ่พอใจกินว่าบ่แซ่บ บ่กินกะแล้วไป” ประโยคนี้ยังก้องในหัว ส่วนรสชาติอาหารที่ผ่านลิ้นยังติดอยู่ในใจ ใครมากระนวนแล้วไม่ได้กินตุ๋ยโภชนาเหมือนมาไม่ถึง พิกัดร้านตั้งอยู่ใกล้แยกมหาเฮง อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ร้านเปิดราว  9 โมงเช้า ถึง 21.00 น. ไม่มีวันหยุด เพราะป้ามะลิบอกว่า 

      “สิหยุดไปเฮ็ดหยัง เอาเงินดีกว่า คั่นสิหยุดกะเฉพาะเวลาไปเฮ็ดบุญท่อนั่น บ่เคยหยุดไปเที่ยว สิเที่ยวไปเฮ็ดหยัง”

เห็นไหมบอกแล้วว่าคุณป้าคุยสนุกจริงอะไรจริง ถ้าอย่างไรโทรไถ่ถามกันก่อน จองโต๊ะ หรือจะสั่งซื้อหม่ำ หรือเนื้อแห้งให้จัดส่งให้ทางร้านก็มีบริการ ที่เบอร์โทรศัพท์ 043 251 427 หรือ 092 732 0114

ประตูแดงสเปซ (Pratudang Space) พื้นที่ปลอดภัย โรงหนังแห่งโอกาสและอาร์ตสเปซพัฒนาศักยภาพของเยาวชนสู่ Global Citizen

“เรามีความเชื่อว่า ความรู้ไม่ควรจะกระจุกอยู่แค่ในห้องเรียน การเรียนรู้ทักษะเป็นเรื่องที่สำคัญ  น้องธรรมภพ ลูกชายผมลองเสนอชื่อเข้าร่วมโครงการ Micro Cinema ของสมาคมส่งเสริมภาพยนตร์ ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือจากสำนักวัฒนธรรม รวมถึงทางสถานทูตฝรั่งเศสและมูลนิธิ ต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการเลือกพวกเรา เป็น 1 ใน 5 โครงการทั่วประเทศ  หรือ ภูมิภาคละ 1 แห่งเท่านั้น ซึ่งทำให้ทางประตูแดง Micro Cinema ของอำเภอกระนวน ถือเป็นตัวแทนของภาคอีสาน เป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดขอนแก่น” 

ดร.มนตรี เจ้าของพื้นที่กล่าวเปิดบทสนทนา

พูดได้เลย ว่าคนกระนวนโชคดีมาก ที่มีสเปซดี ๆ ไว้เติมเต็มความฝันและจินตนาการ พัฒนาทักษะชีวิต และแลกเปลี่ยนแนวคิดดี ๆ  อย่าง “ประตูแดง สเปซ” เพราะไม่ใช่ทุกอำเภอที่จะมีสถานที่ดี ๆ ไว้คอยขับเคลื่อนคุณภาพของพลเมืองระดับอำเภอ สู่การเป็นพลเมืองระดับโลกได้เช่นนี้

ตลอดหลายทศวรรษ ดร.มนตรี ประเสริฐรุ่งเรือง ซึ่งทำงานในเชิงยุทธศาสตร์ให้กับอำเภอกระนวน ได้มองหาศักยภาพของเมืองว่า กระนวนจะมีอะไรที่เป็นจุดดึงดูคนทั่วโลกให้เข้ามาเยือนได้ คำตอบในตอนนั้น คือ ยังไม่มีสถานที่ที่มีศักยภาพขนาดนั้น มีแต่แหล่งท่องเที่ยวระดับท้องถิ่น ได้ข้อสรุปร่วมกับภาคีว่า หากยังไม่มีก็ต้องสร้างขึ้นมา และจับเอาประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นมาชูเป็นบันไดขั้นแรก จึงได้นำที่ดินของตนเองประมาณ 50 ไร่ มาออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองกระนวน โดยตั้งเป้าจะบำบัดให้ได้มาตรฐานสากล และพัฒนาต่อยอดไปสู่บันไดขั้นต่อ ๆ ไป

เมื่อทำสำเร็จพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น ในชื่อ สวนพารามนตรา ที่ปัจจุบันมีระบบนิเวศสมบูรณ์ วัดได้จากการที่นกนับร้อยสายพันธุ์ อพยพมาอาศัยอยู่ถาวรและตามฤดูกาล แมลงหรือตัวชี้วัดในธรรมชาติมีความสมบูรณ์ อย่างแมลงชีปะขาวที่จะพบในแหล่งน้ำสะอาดอย่างบริเวณน้ำตก สามารถพบในในพื้นที่สวนพารามนตรา ที่นี่เลยเป็นสุดยอดการศึกษาเรื่องแมลงจากแหล่งน้ำที่มีคุณภาพแตกต่างกันไปในระบบบำบัดน้ำเสียแต่ละจุด

การดึงดูดผู้คนระดับนานาชาติเริ่มบรรลุเป้าหมาย เพราะพื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ และมีโอกาสจับมือกับนักวิจัยทั้งประเทศไทยและทั่วโลก ในการวางโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ ที่พานักศึกษา หรือเด็กจากทั่วประเทศหมุนเวียนเข้ามาเรียนรู้ และหลายครั้งจัดเป็นค่ายระดับนานาชาติร่วมกัน

 ซึ่งต่อมาได้พัฒนารูปแบบการเรียนรู้จากเดิมที่เป็นแนวทางเชิงวิจัย เน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ให้สนุกและย่อยง่ายขึ้นด้วยการผสานศิลปะและเกมต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงเยาวชนและผู้คนทั่วไปได้ง่ายขึ้น กลายเป็นสเปซดี ๆ พื้นที่เรียนรู้ให้กับอำเภอกระนวน ภายใต้ชื่อ ศูนย์เรียนรู้กระนวนเป็นหนึ่ง (KNOWA) ”

ด้วยต้นทุนที่ทับถมมานับทศวรรษต่อเนื่อง นำมาสู่การเป็นหนึ่งในต้นแบบ Micro Cinema ที่เน้นต้นทุนทางสังคมและระบบนิเวศชุมชน นำมาสู่การสร้างสิ่งมหัศจรรย์อีกมากสะท้อนมาในบริบทของ ชื่อสถานที่ที่เหตุใดจึงชื่อว่า ประตูแดงสเปซ

“สำหรับคำว่า ‘ประตูแดง’ สีแดงมาจากตัวแทนของความเป็นข้อจำกัด เพราะหนึ่ง อำเภอกระนวนเป็นต่างอำเภออยู่ห่างจากตัวเมือง เพราะฉะนั้นมันมีรอยต่อความเหลื่อมล้ำระหว่างตัวเมืองกับตัวต่างอำเภออยู่  อันนี้เป็นข้อจำกัดแรก

 “สอง เราเป็นเมืองรอยต่อสี่จังหวัด มองดูเป็นข้อดี แต่มันก็ทำให้เรากลายเป็นจุดพักของหลายปัญหา อย่างเช่นปัญหาสำคัญก็คือ เรื่องของยาเสพติด เราถูกตีตราว่าเป็นพื้นที่สีแดง เป็นจุดระบาดของยาเสพติด 

“อย่างที่สามเป็นพื้นที่ด้านความมั่นคง พื้นที่แถวนี้เคยเป็นพื้นที่คอมมิวนิสต์เก่า เพราะฉะนั้นเราเป็นพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า Geopolitical Area อยู่ในตัวพื้นที่

 “เราอยากเปลี่ยนสีแดงนี้ โดยเปิดประตูเข้ามาใจกลางพื้นที่ เข้าไปให้ถึงภายในข้อจำกัด เพื่อเปิดประตูสู่ทุกโอกาสที่ทำให้ผู้คนที่นี้มีอิสรภาพในการกำหนดชะตาชีวิตและพัฒนาเมืองในฝันของตนขึ้นมา”

“ประตูแดงก็คือ ประตูที่จะเปิดสู่โอกาสครับ  แต่ถ้าเด็กไม่กล้าเปิดประตูเข้ามา เด็กจะไม่ได้รับโอกาสครับ เพราะฉะนั้นโดยคอนเซปต์ของเรา เราต้องการให้เด็กเขามีทางเลือก อำเภอกระนวนไม่กี่ปีนี้ก็จะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างยิ่งยวดแล้ว เด็กกว่าครึ่งในโรงเรียนขยายโอกาส ไม่มีโอกาสได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่นะครับ บ้างอยู่กับคุณตาคุณยาย โดยบางบ้านบางชุมชน ผู้ปกครองก็มีปัญหายาเสพติดด้วย  เด็กไม่มีพื้นที่ปลอดภัยของเขาเลย

  “ประตูแดง จึงอยากเป็นเซฟโซนที่เด็กเข้ามาแล้ว ได้พัฒนาทักษะ มีเจตคติที่ดี มีความมั่นใจที่ดี สุดท้ายเขาจะได้รู้ว่าคุณค่าอยู่ที่ตัวเขา นิยามโดยตัวเขา  เมื่อเขาคิดว่าตัวเองมีคุณค่า (Self-esteem) เขาจะไม่ใช้ชีวิตอย่างไร้คุณค่า เขาจะไม่หลงทิศหลงทางครับ แม้ต้นทุนไม่สูงแต่แรงส่งจากสิ่งที่กดทับเขาไว้จะเป็นพลังดีดเขาขึ้นไป เขาจะมีพลังมากพอที่จะต้านทานสิ่งที่ไม่ดีตรงนั้นครับ”

 เมื่อประตูแดง Micro Cinema เปิดขึ้นที่กระนวน และหลอมรวมทุกอย่างให้กลายเป็นสเปซแห่งการเรียนรู้ และพื้นที่ปลอดภัยของทุกคน มันได้เปลี่ยนแปลงอำเภอรอง สู่อำเภอแห่งความหวังของเด็ก ๆ ในกระนวน เพราะได้ดึงดูดผู้คนมากมายเข้ามา โดยเฉพาะคนในแวดวงภาพยนตร์ชั้นนำระดับประเทศ กลุ่มนักแสดงระดังประเทศ มาเยือน และยินดีมาร่วมจัดกิจกรรม กระนวน Film Festival ที่จัดขึ้นในอำเภอกระนวน 

พร้อมส่งต่อความรู้ผ่านการเข้าค่ายสอนทำภาพยนตร์อย่างจริงจังให้กับเยาวชนในอำเภอ และพื้นที่โดยรอบ ให้แต่ละโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ส่งหนังสั้นเข้ามาประกวด สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ ที่เข้ามาร่วมโครงการ ทำให้พวกเขาเห็นว่า เขาคือพลเมืองคนหนึ่งของโลก ที่มีสิทธิ์ทัดเทียมทุกคน และทุกความไม่ว่าจะฝันใหญ่หรือเล็ก ขอให้เขากล้าฝันกล้าลงมือทำมัน หากอยากทำหนังให้ไปฉายในระดับโลกนั้นพวกเขาก็ทำให้เป็นไปได้ 

เรื่องราวของ ประตูแดงสเปซ และความพิเศษยังมีอีกมากมาย รอให้ทุกคนเข้ามาสัมผัส รับรู้ ซึมซับแรงบันดาลใจ ผ่านการดูหนังนอกกระแส หนังสารคดี หนังที่เด็ก ๆ ในพื้นที่ทำเอง ใน Micro Cinema ดูหนังจบแล้วมีวงเสวนาให้พูดคุยกันต่อเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง 

นอกจากนี้ ในพื้นที่ดังกล่าว ยังมีคาเฟ่ มุมหนังสือ ห้องนิทรรศการศิลปะ ให้เข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกวัน โดยเฉพาะในวันเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุด หากอยากทำกิจกรรมเพื่อสังคม แวะเวียนมาที่นี่คุณก็สามารถมาเป็น Human Library ส่งต่อประสบการณ์ชีวิตของคุณสู่เด็ก ๆ ในพื้นที หรือจะมาอ่านนิทานเสียงให้เด็กเล็ก ๆ ฟัง ก็ได้เช่นกัน  ส่วนใครที่อยากเข้ามาศึกษาธรรมชาติ และการบำบัดจัดการน้ำเสีย ผ่าน สวนพารามนตรา ก็สามารถโทรแจ้งนัดเข้ามาได้

นี้คือตัวอย่างยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสังคมของคนระดับอำเภอ ที่มีความฝันใหญ่ และพวกเขากำลังก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อผลักดันเยาวชนให้ก้าวสู่การเป็นพลเมืองคุณภาพของโลกให้สำเร็จ

“เราอยากจะให้ทุกพื้นที่ ทุกอำเภอในประเทศไทย มองหาเป้าหมายของพื้นที่ของท่านให้เจอ ค้นหาแนวทางยุทธศาสตร์ ขัดเกลามัน แล้วก็สร้างสเปซรวมพลเมืองแนวร่วมของท่าน เมื่อทั้งสองอย่างนี้มาบรรจบกัน เราจะมีทางเลือกที่เราเป็นคนกำหนดชะตาด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องหวังรอใคร เราจะมีพื้นที่ให้ลูก ๆ ของเราได้เติบโตได้โดยไม่ต้องไปโตกันเฉพาะแต่ในเมือง หรือเราจะมีพื้นที่ดึงดูดคนเมืองให้หันกลับมามองพวกเรา แล้วก็เกิดการหล่อหลอมให้ประเทศไทยไม่รู้สึกแปลกแยกระหว่างเมืองกับชนบท ค้นให้เจอว่าทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลระหว่างกัน หันมาใช้จุดแข็งของต่างอำเภอร่วมกับจุดแข็งของเมือง ผสานพลังทั้งสองพื้นที่ให้ได้ โดยใช้สื่อภาพยนตร์เป็นตัวหล่อหลอม หรือ แม้แต่ต้นทุนที่แต่ละพื้นที่มีแตกต่างกันให้เกิดผล”

ประตูแดงสเปซ เปิดให้บริการทุกวัน (ปิดทุกวันพุธ) รอบฉายภาพยนตร์ในไมโครซีนีม่า รอบปรกติ 10.00 น. และ 14.00 น. รอบพิเศษ วันศุกร์ – เสาร์ เวลา 18.30 น.  วันอาทิตย์ เวลา 16.30 น. ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : Pratudang Space  (ย่านประตูแดง) หรือ IG : Pratudang.Space  โทรศัพท์ : 043-058-885 / 089-493-4111

ฮักเฮ็ดฟาร์ม ฟาร์มผัก Ugly ดีกรีออร์แกนิกและปลูกโดยอดีตเชฟ

ใครรู้จักแพลตฟอร์ม Ugly Veggies โดยวิทยาลัยนานาชาติขอนแก่น ที่ให้ลูกค้าสั่งจองผักขี้เหร่แต่ปลูกแบบออร์แกนิกกันได้ มีระบบจัดส่งถึงบ้าน เราจะบอกว่า ฮักเฮ็ดฟาร์ม ในอำเภอกระนวนแห่งนี้ คือจุดเริ่มต้นของฟาร์มผักออร์แกนิกที่ปลูกโดยเชฟ และจับมือกันกับทางวิทยาลัย ให้แพลตฟอร์มส่งต่อสุขภาพดีแบบผักไม่จำเป็นต้องสวย ประสบความสำเร็จ 

แพตตี้ – ปิตุพร ภูโชคศิริ เจ้าของฟาร์ม เล่าให้เราฟังว่า 

“แพตเรียนจบมาด้านเกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สาขาพืชไร่ค่ะ พอเรียนก็ไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียด้าน Project Management แล้วก็อยู่ทำงานเป็นเชฟต่อที่นั่นเลย ทำงานเป็นเชฟได้สักพัก กะว่าจะย้ายไปทำงานเป็นเชฟต่อที่ประเทศสิงค์โปร์ สมัครงานแล้ว ระหว่างรอเดินทางสามเดือน เลยกลับมาอยู่บ้านแล้วไม่มีอะไรทำ ก็เลยปลูกเห็ดเล่น และทดลองขาย ปรากฏว่า ขายเห็ดได้เดือนละหกหมื่นค่ะ (หัวเราะ) ก็เลยคิดว่า รายได้ดีแถมได้อยู่บ้านด้วย แล้วจะไปเมืองนอกอีกทำไม เลยยกเลิกไม่ไปเป็นเชฟ แล้วก็เริ่มทำโรงเรือนปลูกผักเสริมขึ้นมา 

“ด้วยเราเป็นเชฟมาก่อน เรารู้จักวัตถุดิบที่ใช้ในร้านอาหารและโรงแรมเป็นอย่างดี เลยคิดว่า เราอยากปลูกผักเมืองนอกที่พวกเชฟหรือร้านอาหารชอบใช้กัน และเรารู้ว่าพอผักเหล่านั้นเป็นออร์แกนิกด้วย ราคาจะยิ่งสูงข้นไปด้วย ก็เลยเริ่มหาสายพันธุ์พืชผักต่างประเทศมาทดลองปลูก โดยใช้ความรู้ด้านเกษตรที่เรียนมา และก็วางระบบปลูกให้เป็นออร์แกนิกให้ได้จริงๆ และทำมาตรฐานให้ได้รับออร์แกนิกไทยแลนด์ได้สำเร็จ 

“สิ่งหนึ่งที่ตั้งใจมาตลอด คือเราไม่ได้อยากปลูกผักเพียงเพื่อขายผักค่ะ แต่อยากให้ฟาร์มแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ทำให้คนขอนแก่นได้กินผักดี ๆ ปลูกโดยคนขอนแก่นด้วยกันเอง เราเป็นลูกหลานของคนในพื้นที่ เรียนด้านการเกษตรมา เคยออกไปทำงานและเห็นโลกข้างนอกมาแล้ว สุดท้ายเราก็อยากนำความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นกลับมาพัฒนาบ้านเรา 

“แพตเชื่อว่าคนต่างจังหวัดไม่จำเป็นต้องรอซื้อของดีจากกรุงเทพฯ หรือจากพื้นที่ไกล ๆ ทั้งที่เรามีดิน มีเกษตรกร และมีคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถอยู่ในจังหวัดของเราเอง ถ้าเราตั้งใจผลิต วางระบบให้ดี และทำมาตรฐานอย่างจริงจัง เราก็สามารถปลูกผักคุณภาพดีให้คนในบ้านเราได้กิน 

“ความสุขของแพตไม่ใช่แค่วันที่ขายผักได้หมด แต่คือวันที่มีลูกค้าบอกว่า เขามั่นใจที่จะนำผักของเราไปทำอาหารให้ครอบครัว หรือมีเชฟนำผักจากฟาร์มไปสร้างเป็นเมนูดี ๆ เพราะมันหมายความว่าสิ่งที่เราปลูกไม่ได้จบอยู่แค่ในแปลง แต่กลายเป็นสุขภาพที่ดีและเป็นความสุขในมื้ออาหารของใครบางคน 

“ฮักเฮ็ดฟาร์มจึงอยากเติบโตไปพร้อมกับคนในชุมชนค่ะ อยากสร้างงานให้คนในพื้นที่ อยากให้เกษตรกรเห็นว่าการปลูกผักแบบใส่ใจและมีมาตรฐานสามารถเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ และอยากให้คนขอนแก่นรู้ว่า ผักดี ๆ ไม่ได้อยู่ไกลเลย ผักเหล่านั้นปลูกอยู่ที่บ้านของเรา โดยคนบ้านเรา และตั้งใจส่งให้คนบ้านเราได้กินจริง ๆ

“แต่การปลูกผักแบบออร์แกนิก มันจะมีผักส่วนหนึ่งที่ผลผลิตหน้าตาไม่สวยค่ะ หรือขนาดไม่ได้มาตรฐานที่ตลาดต้องการ ช่วงแรก ๆ คนซื้อไม่เข้าใจเขาก็มองว่าผักไม่งาม ก็ขายไม่ได้ ทีนี้พอดีกับทางวิทยาลัยนานาชาติ เขามีโครงการที่จะทำวิจัยเรื่องแพลตฟอร์มส่งต่อผักที่หน้าตาไม่สวยแต่ปลูกแบบออร์แกนิก ให้ผู้คนที่รักสุขภาพได้สั่งซื้อ ในชื่อว่า Ugly Veggies และติดต่อผ่านฟาร์มเรามา เพราะเราเป็นฟาร์มที่ได้รับมาตรฐานออร์แกนิกไทยแลนด์ ก็เลยเข้าร่วมโครงการนั้น ปัจจุบันก็ยังร่วมอยู่ ซึ่งปรากฏว่าผักขี้เหร่ที่เคยขายไม่ได้ ตอนนี้ขายไม่พอค่ะ (หัวเราะ) 

“ตอนนี้ที่ฟาร์มเรา ก็มีผักออร์แกนิกปลูกหมุนเวียนตามฤดูกาล และเพิ่มดอกไม้กินได้ขึ้นมาด้วย ทุกอย่างยังคงคอนเซปต์ว่าต้องปลูกแบบออร์แกนิก ซึ่งรู้ไหมคะว่าสำหรับพื้นที่กระนวนเอง คนชอบกินผักนะคะ ผักเราขายดี และนอกจากนี้ที่กระนวนมีเขยฝรั่งกันเยอะ ส่วนใหญ่พอมาอยู่ที่นี่ก็เปิดร้านอาหารฝรั่งกัน เราก็ได้ส่งผักให้กับร้านเหล่านั้นด้วย” 

วันที่เราแวะไปสัมภาษณ์ เป็นช่วงฤดูฝน หญ้าในฟาร์มอาจขึ้นสูงสักหน่อย แต่เราก็เห็นการทำงานร่วมกับแรงงานในพื้นที่ให้มาถางหญ้า จัดการความเรียบร้อยของแปลง พร้อมแพตตี้ยังพาเราเดินชมโรงเรือนปลูกผักต่าง ๆ เราได้เห็นแปลงปลูกสวีตชาร์จ ผักเคลที่เธอบอกว่าตอนนี้ขายดีมาก ตัดใบขายจนโตแทบไม่ทัน ได้เยี่ยมชมโรงเรือนปลูกสวีตเบซิลของเธอ แพตยังเล่าให้ฟังว่า พวกเชฟนี่จมูกมด เอาสวีตเบซิลสายพันธุ์อเมริกัน ไปขายให้เชฟอิตาลี ปรากฎว่าพอเชฟดมดูแล้วรู้ว่าไม่ใช่ของอิตาลี เธอก็เลยต้องปรับแผน หาเมล็ดพันธุ์จากอิตาลีมาปลูก 

เรียกได้ว่า ฮักเฮ็ดฟาร์ม เป็นฟาร์มผักออร์แกนิกที่ควรค่าแก่การมาเยือน หากมีโอกาสแวะมากระนวนใครเป็นสายรักงานเกษตรปลูกผักไม่ควรพลาด 

ฮักเฮ็ดฟาร์ม เปิดให้บริการ วัน จันทร์-เสาร์ หากจะเข้ามาชมฟาร์มหรือศึกษาดูงาน ควรโทรแจ้งเข้ามาก่อน โทรศัพท์ 082 369 2868 หรือหากต้องการซื้อผักออร์แกนิกจากที่ฟาร์ม สามารถสั่งซื้อได้ที่ Line OA @hughedfarm ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : Hug Hed Farm ฮักเฮ็ดฟาร์ม

ผลิตภัณฑ์กระเป๋าจากเสื่อกก วิสาหกิจช่อแคทอง

ลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของกระนวน ก็คือ กระเป๋าจากเสื่อกกช่อแคทอง ของวิสาหกิจชุมชนบ้านโป่งแค ต.ห้วยโจด ที่ชาวบ้านร่วมกันพัฒนาขึ้นมาจากความสามัคคี และตั้งใจดีอยากช่วยให้ทุกคนในหมู่บ้านมีรายได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้รับรองเป็น OTOP ระดับ 4 ดาว มียอดสั่งทำเข้ามาเรื่อย ๆ สร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชนได้สำเร็จ

พี่นิช นิชนาฎ นรจินต์ ประธานกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านโป่งแค เล่าให้เราด้วยแววตาเป็นประกาย ถึงเรื่องราวกว่าจะมาเป็นวิสาหกิจแห่งความสามัคคีนี้กับเราว่า

“พี่เป็นประธานกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านโป่งแคค่ะ กลุ่มพวกเราได้จดจัดตั้งเป็นวิสาหกิจ และเข้าร่วมในโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้โครงการในพระราชดำริ ของกรมสมเด็จพระเทพฯ ด้วยค่ะ 

“จากเดิม บ้านโป่งแค เป็นหมู่บ้านเกษตรอยู่แล้ว และมีการทอเสื่อด้วยวัชพืชที่อยู่ตามหัวไร่ปลายนาเรียกว่า ‘ผือ’ ต่อมาก็จะเป็น ‘ไหล’ แต่ข้อจำกัดของพื้นที่เราก็คือไม่มีชลประธานผ่าน อาศัยน้ำฝนในการทำการเกษตร ทำให้พืชที่เป็นต้นทางวัตถุดิบอย่าง ผือ กับ ไหล มันไม่ตอบโจทย์ในการที่จะต้องมารอน้ำ เพราะพอถึงฤดูแล้งก็ปลูกไม่ได้ 

“ความโชคดีของพวกเราก็คือ หลังจากเข้าร่วมโครงการในพระราชดำริ ของกรมสมเด็จพระเทพฯ เราก็ได้รับต้นกกสายพันธุ์พระราชทาน โดยสำนักงานส่งเสริมการเกษตร ชาวบ้านเราเรียก กกญี่ปุ่น เป็นกกที่ใช้น้ำน้อย จึงแก้ปัญหาเรื่องวัสดุไปได้ 

“จุดเริ่มต้นที่มาถึงนวัตกรรมการแปรรูป ก็เพราะว่า ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยปูเสื่อนั่งแล้ว เราจึงคิดว่าจะทำอย่างไรกับองค์ความรู้ที่เรามี ที่จะมาสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นการทอเสื่อ  ซึ่งส่วนตัวพี่เป็นคนชอบถือกระเป๋า จึงสนใจอยากพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกมาเป็นกระเป๋าและของใช้ต่าง ๆ จึงไปดูตัวอย่างมาจากจังหวัดมหาสารคาม

“กลับมามองที่บ้านเรา เราก็เห็นว่าแม่ ๆ ช่างทอเสื่อ ขายเสื่อไม่ได้เลย จึงปรึกษากับพัฒนาชุมชนว่า เราจะทำอย่างไรที่จะแปรรูปเสื่อเหล่านี้ได้ เหมือนที่จังหวัดสารคามเขาทำ หลังจากนั้นเราก็ได้รับการส่งเสริมจากทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ามาช่วยส่งเสริมด้านการออกแบบ แล้วเราก็จัดตั้งกลุ่มสมาชิกแม่บ้านที่ทอเสื่อเข้ามาไว้ด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ว่าจะทอเสื่ออย่างไรเพื่อจะเหมาะสมต่อการนำไปพัฒนาออกแบบตัดเย็บเป็นข้าวของเครื่องใช้ คือ การทอเสื่อปูนั่งเราจะทอแบบหยาบ ๆ แต่การทอเสื่อเพื่อนำไปตัดเย็บเป็นของใช้ เราต้องทอให้แน่นหนาขึ้น เพราะจะสะดวกกับคนเย็บ 

“เราตั้งชื่อแบรนด์ว่า ‘ช่อแคทอง’ เพื่อสะท้อนตัวตนของคนในชุมชน เพราะดอกแคมันจะออกดอกเป็นช่อเป็นกลุ่ม เหมือนความสามัคคี ส่วนคำว่า ‘แค’ เป็นชื่อหมู่บ้านด้วย เพราะแต่ก่อนตามริมถนนหนทางในหมู่บ้านจะมีต้นแคเยอะมาก ก็เลยชื่อบ้านโป่งแค ส่วน ‘ทอง’ คือ เมื่อเรามารวมกลุ่มแล้วเรามีรายได้ เรามีความมั่นคงจุนเจือครอบครัว เราก็มองถึงความมั่นคง  จึงเป็นที่มาของคำว่า ‘ช่อแคทอง’ ค่ะ”

พี่นิดเล่าว่า ตอนนี้ที่กลุ่มมีงานสั่งจองเข้ามาตลอด เป็นที่ภาคภูมิใจของทุก ๆ คนในชุมชน ที่สำคัญ ยังก่อเกิดอาชีพ และสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือนของสมาชิกได้เดือนละสองพันถึงสามพันบาทต่อเดือน โดยมีการปันผลตามรายได้จริง เพราะพี่นิดบอกว่า ทุกคนในกลุ่มไม่ใช่แรงงาน แต่คือ สมาชิก จึงต้องได้ปันผลอย่างเท่าเทียมกัน 

“สำหรับภาพรวมของความสุขของชุมชน ที่ได้มาทำงานในจุดนี้ พวกเราพอใจค่ะ เพราะมีรายได้จุนเจือครอบครัวมากขึ้น ไม่ต้องออกไปทำงานไกล เวลามาทำงานก็ติดลูกหลานมาเลี้ยงด้วย ห่อข้าวมากินด้วยกัน ขณะทำงาน คนผ่านไปผ่านมาก็แวะเวียนมาคุยด้วย เป็นความอบอุ่นที่เกิดขึ้นในสังคม เอาข้าวของมาฝาก เพราะแต่ละคนไม่ใช่แรงงาน แต่เป็นหุ้นส่วน เขาจะช่วยเอาน้ำมาส่ง เอากับข้าวมาส่ง ก็คือตามที่ภาพที่เห็นรอยยิ้ม มันคือความสุข” พี่นิชย้ำกับเรา

ใครที่กำลังมองหากระเป๋าหรือข้าวของเครื่องใช้จากวัสดุธรรมชาติสวย ๆ ผลิตภัณฑ์ช่อแคทองของชาวบ้านโป่งแค คือคำตอบหนึ่งที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ช่องทางการอุดหนุนสินค้า สามารถแวะเวียนมาที่ศูนย์กาเรียนรู้ของพวกเขาก็ได้ โดยปักหมุดมาที่ ศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจบ้านโป่งแค อ.กระนวน (พิกัดจะอยู่ห่างตัวเมืองกระนวน มาทางไปวัดพระธาตุขามแก่น แนะนำให้แวะก่อนเข้ากระนวน หรือ ขากลับเข้าขอนแก่นจะสะดวก) หรือจะเข้าไปชมและสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ Facebook : ช่อแคทอง Facebook : นิชนาฎ นรจินต์  และยังมีวางขายที่ OTOP ข้างศาลากลางจังหวัดขอนแก่น วางขายในธนาคาร ธกส.ขอนแก่น และมีวางจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า ได้ตามสะดวก  โทรศัพท์ : 096 403 2485  

ชมต้นพิกุลคู่ทรงปลูก ที่วัดอีสานบ้านหัวนาคำ

อำเภอกระนวน เคยเป็นพื้นที่สีแดงที่กลุ่มคอมมิวนิตส์หลบมาอาศัยอยู่ เนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อของหลายจังหวัด และเป็นพื้นที่ป่าไม้ภูเขา ความเห็นต่างทางการเมืองในช่วงเวลานั้น ก่อเกิดปัญหาในการดำรงชีพของคนในพื้นที่ ประชาชนมีความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน 

พล.ต.ต.วิภาส วิปุลากร ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (ยสตำแหน่ง ณ เวลานั้น) จึงได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเยี่ยมพสกนิกรเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชน

ในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2523 เวลาประมาณ 14.30 น. ทั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระบรมราชินีพันปีหลวง ซึ่งดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และ กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ครั้งทรงพระเยาว์ เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง มายังอำเภอกระนวน โดยจอดประทับลงที่บ้านหัวนาคำ เพื่อทรงเยี่ยมพสกนิกร หนึ่งในพระราชกรณียกิจครั้งนั้น คือได้ทรงปลูกต้นพิกุล 2 ต้น ณ วัดอีสาน บ้านหัวนาคำ 

จากวันนั้นถึงวันนี้ ต้นพิกุลทั้งสองต้น สวย งดงาม และยิ่งใหญ่ แผ่กิ่งก้านร่มเงาครึ้มเย็น ให้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่มีต่อแผ่นดินไทย

หากมีโอกาสแวะเวียนไป นอกจากต้นไม้ทรงปลูกแล้ว บริเวณรอบ ๆ จะมีพระบรมฉายาลักษณ์ และพระฉายาลักษณ์ พระราชกรณียกิจ ครั้งที่เสด็จติดตั้งไว้โดยรอบ พร้อมคำบรรยาย  แม้ภาพจะรางเลือนมากแล้ว แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ด้วยฐานันดรศักดิ์แห่งกษัตริย์ของแผ่นดิน พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งประชาชนของพระองค์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

หากใครสนใจอยากแวะเวียนไปเยือน สามารถปักหมุดไปที่ วัดอีสาน ตำบลหัวนาคำ อ.กระนวน ได้เลย

เชื่อว่าอ่านถึงตรงนี้ คุณจะอยากไปเที่ยวกระนวนกันแล้ว ขอย้ำอีกครั้งเลยว่า ถ้าตามรีวิวที่เราแนะนำไว้ ทริปเที่ยวกระนวนของคุณจะสร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม


เรื่อง : สิทธิโชค ศรีโช  ภาพ : กานต์ ตำสำสู

Share :