ม.ขอนแก่น กำลังเดินหน้าสู่ Best Place to Work, Great Place to Live

เมื่อพูดถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันนี้ภาพที่เห็นไม่ใช่แค่สถาบันการศึกษาขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่คือเมืองมหาวิทยาลัย ที่กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญภายใต้สโลแกน Best Place to Work, Great Place to Live มุ่งสู่สถาบันที่น่าเรียน น่าอยู่ น่าเที่ยว และยั่งยืนอย่างแท้จริง

จุดเริ่มต้นสำคัญคือแผน Solar & Energy ที่ขยับอย่างเป็นรูปธรรม Solar Cell มีแผนติดตั้งในทุกคณะ ควบคู่กับการพัฒนา KKU Energy and Recycle Center โซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ ช่วยลดค่าไฟได้ถึง 58% และคาดว่าจะประหยัดงบประมาณราว 2,500 ล้านบาทในระยะเวลา 20 ปี การสร้างอาคารเรียนใหม่ของวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ ล้วนออกแบบตามมาตรฐานอาคารประหยัดพลังงาน สะท้อนแนวคิดการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ขณะที่โครงการอาคารโปรตอนฉายรังสี งบประมาณรวม 2,400 ล้านบาท จะกลายเป็นศูนย์รักษามะเร็งระดับภูมิภาค รองรับผู้ป่วยทั่วประเทศวันละไม่น้อยกว่า 16 เคส ยกระดับระบบสาธารณสุขของอีสานไปอีกขั้น
ด้านการพัฒนาเมืองภายในรั้วมหาวิทยาลัย แผน Zoning & Livable Campus ทำให้พื้นที่ทั้งหมดถูกจัดสรรใหม่อย่างมีทิศทาง KKU Square ปรับสำนักงานอธิการบดีให้เปิดโล่ง เพิ่มพื้นที่สีเขียวและทางเดินเชื่อมถึงกันได้สะดวก ขณะที่ KKU Complex โฉมใหม่ กลายเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ครบวงจรในพื้นที่ติดแอร์สบายๆ โครงการ North Residential Zone คือหอพักนักศึกษาแบบ Green Design ที่ปลอดภัยและน่าอยู่กว่าเดิม ส่วน South Residential Zone รองรับที่พักบุคลากรอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมปรับภูมิทัศน์บึงสีฐาน ถนนหลัก 2 สาย พัฒนาแปลงเกษตรให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงท่องเที่ยว และเตรียมพื้นที่ใต้ Stadium หอศิลป์ ให้เป็น Coworking & Art Center รองรับกิจกรรมสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่
ในมิติสิ่งแวดล้อม แผน Zero Carbon ตั้งเป้าชัดเจนสู่การเป็นมหาวิทยาลัยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2572 ผ่านการเพิ่มพื้นที่คาร์บอนซิงค์ ปลูกต้นไม้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ จนสามารถลดอุณหภูมิโดยรอบลงได้ถึง 7 องศาเซลเซียส และช่วยบรรเทาปัญหา PM 2.5 พร้อมกันนั้นยังจัดการขยะอย่างจริงจัง จากปริมาณ 20 ตันต่อวัน สามารถลด Food Waste ได้ 3 ตันต่อวัน นำไปเลี้ยงแมลงโปรตีนและต่อยอดเป็นอาหารปลา เปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
ส่วนการเดินทางก็ถูกยกระดับผ่านแผน EV & Smart Mobility มข.ให้บริการรถบัส EV ฟรีภายในพื้นที่ พร้อมมีโรงงานแบตเตอรี่ของตัวเอง ที่เตรียมนำมาใช้กับจักรยานไฟฟ้าความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. ใช้งานสะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการจัดสรรพื้นที่อาคารจอดรถรอบมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ ลดความแออัดและมลพิษ
ทั้งหมดนี้ทำให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่ได้เป็นเพียงสถานศึกษา แต่กำลังก้าวสู่การเป็นต้นแบบเมืองมหาวิทยาลัยแห่งอนาคตของภูมิภาคอีสาน เมืองที่พลังงานสะอาด ระบบจัดการสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเดินหน้าไปพร้อมกัน

Share :